[Fiction]The Last Revolver Part 1 + Bonus Bentley

posted on 28 Oct 2010 02:05 by namtaniez  in Fiction
Special Song:: Magnet - Megurine Luka & Hatsune Miku
Pairing:: TEDSUN [Ft.TOPSOL]
Chapter:: 1/?
 
 
 
 
 
 
 
        “พี่เท็ดคร้าบบบบ”   เสียงใสกรอกลงไปตามโทรศัพท์มือถือพร้อมกับรอยยิ้มร่าที่ฉายอยู่บนใบหน้า  ขาสองข้างทำหน้าที่เดินออกจากร้านสรรพสินค้าตรงไปยังที่จอดรถ แขนอีกข้างโอบถุงกระดาษบรรจุวัตถุดิบสำหรับทำอาหารมื้อค่ำในวันนี้

 

 
        “เย็นนี้ว่างไหมอ่ะ  จะชวนมากินข้าวที่ห้องผมอะ”
 

        (พูดซะอย่างกับห้องของเราสองคนไกลเหลือเกินนะยองเบ ฮะๆๆ)

 

        “ถามพี่ไม่ได้ให้พี่มาหัวเราะผมนะ!!”

 

        (โอ๋ๆ อย่างอนน่าเด็กน้อย   พี่ต้องดูงานก่อนนะยองเบ)

 

        “อ่า... ถ้าพี่ติดงานก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ”

 

        (พี่ไม่แน่ใจไง  ตอนนี้พี่ก็เคลียร์เคสต่างๆจนจะหมดแล้วล่ะ  เพียงแต่พี่แค่ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรเพิ่มหรือเปล่า)

 

        “งั้นอีกครึ่งชั่วโมงพี่โทรหาผมได้มั๊ยอะ   ถ้าพี่ว่างผมจะได้ทำเผื่อ”

 

        (ครับผม   แล้วพี่จะโทรกลับไปนะยองเบ)

 

        “อ่าครับบ งั้นแค่นี้นะ...”

 

        (เดี๋ยวก่อนๆ พี่ลืมบอกไปน่ะ)

 

        “อะไรเหรอฮะ?”

 

        (พี่รักเด็กคนนึง  ที่อยู่ห้องตรงข้ามห้องพี่ เด็กคนนั้นชื่อยองเบแหละครับ ฮ่าๆๆๆๆ)  เท็ดดี้พูดจบก็หัวเราะและตัดสายทิ้งปล่อยให้อีกฝ่ายอ้าปากค้างเพราะโต้ตอบไม่ทัน

 

        ‘คนบ้า!!   จู่ๆมาบอกรักกันแล้วก็วางสายดื้อๆเลย’  ยองเบนึกบ่นภายในใจพลางเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะล้วงกุญแจออกมากดเปิดประตู เบนท์ลีย์สีดำสนิทถูกจอดอยู่ในโซนวีไอพีของห้าง ถุงกระดาษสีน้ำตาลถูกวางไว้ในหลังรถอย่างดีก่อนที่ประตูหลังรถจะปิดลง  ทันใดนั้นร่างเล็กก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของบรรยากาศโดยรอบ  เซนส์สัมผัสบอกเขาว่าอาจมีคนตามมาและอาจไม่ปลอดภัยต่อตัวเขาเองทำให้ยองเบรีบขึ้นรถ  แว่นกันแดดดำถูกสวมใส่และรีบขับรถออกไปทันที

 

 

                                     ............................

 

 

        “ฟู่วววว ถึงแล้ว”   ยองเบเลี้ยวรถจอดเข้าในที่จอดรถใต้คอนโดซึ่งมีที่เฉพาะของเขาที่ได้จองไว้อยู่แล้ว  แต่แม้รถจะจอดสนิทแล้ว ยองเบยังคงไม่ยอมลงจากรถ  สายตามองผ่านเลนส์กันแดดไปที่กระจกข้าง  รถตู้สีดำคันที่ขับตามเขาเลี้ยวเข้ามา และเบรคกลางทางอย่างกระทันหันจนเป็นเสียงดัง

 

        “ตามมาถึงนี่เลยนะ”  เรียวปากที่มีรอยยิ้มกลับหายไปเหลือแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก  มือซ้ายเปิดที่เก็บของหน้ารถหยิบปืนพกขนาด 9มม. สองกระบอกถือติดตัวไว้  สายตามองผ่านกระจกสะท้อนให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่ลงมาจากรถพร้อมกับอาวุธในมือคนละชิ้น  ยองเบปรับลมหายใจให้ทั่วท้องก่อนจะรีบเปิดประตูลุกขึ้นยืนประจัญกับศัตรูตรงหน้าพร้อมปืนทั้งสองกระบอกในมือ

 

        “บอกกี่รอบแล้วอย่าลุกพรวดพราด ยังคงใจร้อนเหมือนเดิมนะ ...  ยองเบ”  ชายหนุ่มคนตรงกลางถอดแว่นตัวเองออกแล้วเงยหน้ายิ้มให้พร้อมกับบอกให้ลูกน้องทั้งสองคนเก็บอาวุธของตน ชายหนุ่มสองคนที่ขนาบตัวเดินเข้าไปในรถตู้สีดำคันเดิมแล้วขับออกไปทิ้งไว้ให้เหลือแต่สองคนในลานจอดรถ  เมื่อร่างเล็กสังเกตใบหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนจึงลดปืนลงข้างตัว

 

        “พี่แทบิน.. ผมบอกพี่กี่รอบแล้วอย่าแกล้งกัน  รถตู้ก็ไม่มีป้ายทะเบียน แถมเล่นขับตามกันมาแบบนี้ ผมนึกว่าจะต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่อีกนะ”  ยองเบเก็บปืนพลางบ่นอีกฝ่าย  แต่ดูเหมือนว่าแทบินจะไม่สนใจสักเท่าไหร่

 

        “เอาน่า า  แค่จะมาเยี่ยมนายกับเท็ดดี้เฉยๆ  หรือว่าเตรียมคิวฮันนีมูน หรือดินเนอร์ คนอื่นห้ามยุ่งอีกล่ะ”   แทบินพูดแล้วยิ้มกว้างทำเอาอีกฝ่ายได้แต่ก้มหน้างุดๆเดินกลับไปที่รถเก็บปืนไว้แล้วหยิบถุงของจากหลังรถออกมา

 

        “แน่ะๆ  แค่นี้ทำเป็นเขิน  ต่างกับเมื่อกี้ลิบลับเลยนะยองเบ ฮ่าๆๆๆๆๆ”  ยิ่งแทบินพูดยองเบยิ่งทำอะไรไม่ถูกจึงล็อครถแล้วเดินหนีออกมาพร้อมกับเสียงตะโกนไปหาอีกฝ่ายที่อยู่ข้างหลัง

 

        “ถ้าจะมาหาพี่เท็ดดี้ก็มารอที่ห้องผมสิพี่แทบิน  หรือจะยืนอยู่อย่างนั้นก็ตามใจครับ”

 

 

                                     ..................................

 

 

 

        “อะไรนะ!!!  นี่ไอ้เท็ดรู้แค่ว่าที่นายมีอาวุธเต็มบ้านเนี่ยทั้งหมดคืองานอดิเรกของนายเพียงแค่นั้นเหรอยองเบ”  แทบินที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาก็โวยขึ้นทันทีเมื่อรู้ความจริงจากปากอีกฝ่าย

 

        “ครับ  เขาถามกี่ครั้งผมก็ตอบแบบนั้นล่ะ  ผมไม่อยากให้พี่เค้าเสียใจ .... พี่ก็อย่าไปปากสว่างบอกพี่เท็ดดี้ล่ะ” เสียงของยองเบต่ำลงเรื่อยๆแล้วกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง   จานอาหารอย่างสุดท้ายถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ  ยองเบถอดชุดกันเปื้อนพร้อมกับเดินมานั่งคุยกับแทบินบนโซฟาดำอย่างนิ่ง

 

        “แล้วทำไมนายไม่บอกความจริงละ  ถ้าเท็ดดี้มันรู้มันไม่เสียใจกว่าหรือไง”   แทบินยิงคำถามจี้จุดอีกฝ่ายตามตรง

 

        “ก็ผมถึงหนีมาที่ญี่ปุ่นนี่ไง  ก็อ้างไปว่ามาที่นี่ชั่วคราว  แต่พวกพี่ก็ดันถูกสั่งย้ายงานมาที่นี่แถมพี่เท็ดดี้ก็มาเจอผมอีก  ผมก็เลยหนีไปไหนไม่ได้”  ร่างเล็กตอบอย่างหัวเสีย

 

        “แล้วนายคิดว่านายจะปิดความจริงนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน”   คำถามนี้ทำเอาคนที่ต้องตอบถึงกับสะอึก   ก็ในเมื่อเขาไม่ทันได้คิดถึงเลยว่าเขาจะปิดความลับนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน  และไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมาเลยถ้าหากเท็ดดี้รู้เรื่องเข้า

 

        “พี่แทบิน  พี่จะให้ผมบอกว่า  ‘พี่เท็ดดี้ครับ  คดีฆาตกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรแบล็ค ผมเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรนั้นและบางรายผมก็เป็นคนทำเองด้วย’  งั้นเหรอครับ”   เมื่อเริ่มหมดความอดทนยองเบจึงตอบกลับด้วยการประชดใส่  ทำเอาแทบินส่ายหน้าแล้วเอนหลังนอนลงกับเบาะโซฟา

 

        “แต่พวกนายนี่จริงๆนะ จะคุยกันนี่ไม่ต้องกลัวใครจะได้ยินเลย  เล่นเหมาห้องฝั่งนี้ทั้งชั้นรวม 9 ห้อง    เท็ดดี้ก็ดันบ้าซื้อเหมือนนายแถมเป็นฝั่งตรงข้าม  ข้างล่างก็เป็นพวกลูกน้องเท็ดดี้ทั้งนั้น  นายสองคนไม่รวมเงินสร้างบ้านสร้างเรือนหอเลยล่ะเด็กน้อย”   เมื่อเห็นว่าคุยเรื่องเดิมก็ไม่มีประโยชน์จึงเปลี่ยนประเด็นสนทนาทันที

 

        “อย่างผมจะอยู่บ้านได้ไง  ที่ผมซื้อห้องต่อๆกันไว้เพราะไม่ต้องการให้ใครมาอยู่รอบข้าง  แต่ผมซื้อบ้านไม่ได้เพราะมันโจ่งแจ้งและเป็นหลักเป็นแหล่งเกินไป  ผมทำไม่ได้หรอกฮะ  ถ้ามีคนตามล่าผมผมก็จะแย่เอา  ดีไม่ดีพี่เท็ดดี้ก็จะได้รับลูกหลงไปด้วย”

 

        “ไม่ต้องไปห่วงไอ้เท็ดมันหรอกน่า  มันเป็นถึงหัวหน้าหน่วยสอบสวนพิเศษเลยนะเว้ย  อย่างมันน่ะลูกน้องที่จงรักภักดีต่อมันน่ะมีเพียบ  ห่วงตัวเองดีกว่ามั๊ยเรา”  แทบินพูดแล้วเอามือขยี้หัวยองเบอย่างหมั่นไส้

 

        “นั่นแหละที่ผมเป็นห่วง เพราะในนั้นมีพวกผมที่เป็นหนอนบ่อ. . ... โอ้ย!!”  ยองเบที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่างจู่ๆก็ร้องขึ้นมา   ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างหนักเพราะความเจ็บปวดภายในหัวสมองราวกับเข็มทิ่มแทงเป็นพันๆเล่ม  เท้ากระทืบลงพื้นอย่างหนักเพื่อให้รู้สึกถึงความเจ็บจากด้านล่างมากกว่าที่หัวสมอง   แทบินมองอาการนี้อย่างเข้าใจดีจึงรู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้และไม่มีใครทำได้จึงปล่อยอีกฝ่ายไว้   สักพักใหญ่ๆยองเบก็หยุดดิ้นแล้วนั่งหายใจหอบ  เหงื่อพุดพรายเต็มใบหน้าจากการสู้ทนความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

        “นายจะทำอะไร  พวกมันก็รู้  ใช่ไหมยองเบ” ยองเบที่ตอนนี้เรี่ยวแรงฟื้นตัวได้แต่พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ   แทบินมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสารแต่ยองเบที่มองเห็นแม้จะไม่ชัดก็ตวาดกลับทันที

 

        “อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น!!!! ..... .. พี่อย่าไปบอกพี่เท็ดดี้นะ  ผมขอร้อง”   เสียงแข็งกร้าวที่ตวาดไปกลับลดลงเป็นคำอ้อนวอนขอร้องอีกฝ่าย  แทบินส่ายหน้าอย่างเอือมระอาแล้วตอบรับในลำคอ  ยองเบเผยยิ้มเหนื่อยๆออกมาพร้อมกับโทรศัพท์ข้างตัวที่ดังขึ้นร่างเล็กจึงหยิบมาดูรายชื่อ  เมื่อเห็นรูปตัวแทนคนบนจอมือถือจึงยิ้มและรับสายทันที

 

        “ว่าไงฮะ”

 

        (ยองเบ  วันนี้พี่เสร็จงานแล้วนะ  เดี๋ยวจะไปหานะครับ)

 

        “จริงเหรอฮะ”

 

        (ครับ  เนี่ยกำลังขับรถกลับเลย)

 

        “ระวังตัวด้วยนะฮะ  อ้ออ พี่แทบินมาหาแน่ะ”

 

        (เปิดบลูทูธต่อกับสเตอริโอในห้องซะ พี่จะคุยกับมันหน่อย เอาให้ชัดๆเลย)

 

        “อ่ออ  จะคุยกับพี่แทบินเหรอฮะ ได้ๆ”  พูดจบยองเบก็เชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับเซ็ตลำโพงที่อยู่รอบห้องแถมปรับลำโพงให้เสียงดังตามคำสั่งแล้ววางมือถือไว้  ทันใดนั้นก็มีเสียงจากลำโพงออกมาเต็มหูทั้งคู่จนแทบจะยกมือปิดหูไม่ทัน

 

        (ไอ้ล่ำ!!!!! ไสหัวกลับห้องไปเดี๋ยวนี้เว้ย  จะอยู่กับเมียจะกินข้าวกับเมียสองคน กรุณาอย่ามาเป็นส่วนเกินหรือกขค.!!)

 

        “เห้ยย ใจเย็นๆดิวะไอ้หมีควาย  เห็นเป็นเพื่อนบ้างไหมเนี่ยห๊ะ  กุงอนแล้วนะเว้ย”

 

        (งอนไปเลย  ไม่ใช่เมียกุกุไม่มีทางง้อ)

 

        “โหห ไอ้หมีควายใจร้าย  มึงไล่กุเดี๊ยะกุจับเมียมึงปล้ำซะเลยนิ”

 

        (กุรู้มึงไม่กล้า มึงอย่ามาปากดี  และเมียกุไม่ใช่สเปคมึงด้วย)

 

        “มึงเคยเห็นกุพูดแล้วไม่ทำหรือไงวะ  หึหึหึหึ...”

 

        (ไอ่เวร!!  อย่าแตะต้องเมียกุนะเว้ย  ไม่งั้นกุจะให้ดองอุคจัดการมึง)

 

        “ไอ้หมีแม่ง  เล่นด้วยนิดๆหน่อยๆเอาเมียกุมาขู่ตลอดนะมึง”

 

        (ก็มึงกลัวเมียไง  กุเอาเมียมึงมาขู่ก็จบ มึงก็ไม่กล้าหือละ)

 

        “พูดอย่างกับมึงไม่กลัวเมียงั้นแหละไอ้เท็ด”

 

        (เขาไม่เรียกกลัวเมียเว้ย  เขาเรียกรักเมียหลงเมียหวงเมียยิ่งกว่าใครที่รู้จักและพบเจอ)

 

        “พอเลยมึง กูจะอ้วก  รีบๆมาละกันกูมีเรื่องจะคุยกับมึง”

 

        (เรื่องอะไรอีกวะ  ไว้ก่อนไม่ได้ไง?)

 

        “กุเข้าใจว่ามึงอยากจะงาบจะแทะจะกินเมียเต็มที่ แต่ช่วยสนใจงานสักนิดจะได้ไหมไอ้หมีควาย”

 

         (แน่ะมึง พูดแบบนี้เมียกูรู้หมดเลยไอ่เวรเอ้ย)

 

        “มึงกับกุก็นิสัยพอๆกันนั่นแหละ  รีบๆมาละกัน”

 

        (งั้นมึงรอกุเดี๋ยวนะไอ่บ้าแว่น  กุคุยกับมึงจนจอดรถเสร็จแล้วเนี่ย  กุจะขึ้นไปละ)

 

        “เออๆ แล้วเจอกัน”  พูดจบก็ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ  ยองเบเห็นดังนั้นจึงดีดนิ้วสองครั้งเป็นการตัดสัญญาณทิ้ง

 

        “พวกพี่นี่นะ  ทะเลาะกันเหมือนเด็กเลย ฮะๆๆ”  ยองเบพูดแล้วหัวเราะน้อยๆออกมา   แทบินได้แต่ยิ้มเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำให้ร่างเล็กที่ดูไม่ค่อยมีความสุขนอกจากเวลาอยู่กับเท็ดดี้หัวเราะได้

 

        “พวกพี่ก็งี้แหละน่า  อย่าสนใจเลยๆ”  พูดจบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น  พร้อมกับจอแอลซีดีที่ฉายภาพยนตร์ค้างไว้ถูกเปลี่ยนเป็นโหมดกล้องหน้าประตูทำให้รู้ว่าใครอยู่ข้างนอก

 

        “จะเคาะทำไมล่ะพี่ เข้ามาสิ”  พูดจบคนที่อยู่ข้างนอกจึงสแกนลายนิ้วมือแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้อง   เท็ดดี้เดินยิ้มเข้ามาพลางโบกมือทักทายและกอดตอบยองเบที่จู่ๆก็เดินมากระโดดกอดใส่

 

        “ยองเบ  พี่ขอคุยงานกับเท็ดดี้สักสิบนาทีได้ไหม”   เมื่อยองเบปล่อยแทบินจึงลากเท็ดดี้ออกจากห้องยองเบและเข้าไปในห้องเท็ดดี้แทนทันที

 

 

                                     ...............................

 

 

 

        “อะไรนะ!! ยองเบน่ะเหรอที่เป็นพวกกับมือสังหารที่ใช้นามแฝงว่าวิค”  เท็ดดี้ที่รู้ความจริงจากปากแทบินทำให้ถึงกับช็อคส่วนอีกฝ่ายได้แต่เอามือปิดปากเท็ดดี้ไว้

 

        “ชู่วววววว เบาๆสิเท็ดดี้  ยองเบมันยิ่งกำชับอยู่ว่าไม่ให้บอกนาย”   แทบินพูดเบาๆเป็นการเตือนให้เงียบเสียง

 

        “บ้าน่าา  ก็ยองเบบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นแค่งานอดิเรก.....”   พูดถึงตรงนี้เท็ดดี้ก็ชะงัก  สมองทำการประมวลผลอย่างหนักถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาของยองเบ  คำพูดและท่าทางทุกครั้งที่ยองเบตอบคำถามที่เขาถามถึงสิ่งที่ยองเบทำ   แล้วก็อาวุธบางชนิดที่ยองเบอ้างว่าเป็นงานอดิเรกคนทั่วไปไม่สามารถมีไว้ในครอบครอง

 

        “... มันนานหรือยัง”  สุดท้ายเท็ดดี้ก็ถอนหายใจเบาๆและเอ่ยถามแทบินด้วยน้ำเสียงเนือยๆราวกับคนที่เหนื่อยใจ

 

        “นานแล้ว  ตั้งแต่พวกเรายังอยู่ที่โซล   ยองเบกลัวนายรู้และกลัวนายเป็นอันตรายจึงหนีมาอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่  แต่พวกเราก็ถูกสั่งย้ายงานให้มาที่ญี่ปุ่น  แถมนายก็ดันหลงเข้าไปในสวนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของยองเบและเจอจนได้  เฮ้ออ...”

 

        “นี่สรุป   บางเคสที่จับไม่ได้หรือว่าเป็นฝีมือพวกแก๊งค์นายวิค  จะบอกว่ายองเบก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย?”   เท็ดดี้ถามจบแทบินก็พยักหน้าแทนคำตอบ  เท็ดดี้ทิ้งตัวพิงเก้าอี้พร้อมถอนหายใจแรงๆอย่างเหนื่อยอ่อน  อีกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงเดินมาตบบ่าเบาๆ

 

        “เอาเป็นว่า  ตอนนี้นายต้องคอยดูแลยองเบดีๆ  และก็....  ชั้นคิดว่ารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับองค์กรของนายวิคแล้วล่ะ   มันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ยองเบปวดหัวอย่างรุนแรงด้วย”   คำพูดนั้นทำให้เท็ดดี้ตาสว่างกลับมาสนใจทันที

 

        “คืองี้  วันนี้และหลายครั้งแล้วที่ยองเบพยายามเตือนเรื่องนายว่าให้นายระวังตัวเรื่องลูกน้องในหน่วยของเรา  แต่จู่ๆยองเบก็ปวดหัวขึ้นมากระทันหันและพูดต่อไม่ได้ไปชั่วขณะ   เท่าที่เคยรู้มาจากคนขององค์กรแบล็คที่พยายามบอกใบ้เราด้วยรหัส  เหมือนนายวิคจะให้คนในองค์กรแบล็คกินแคปซูลโดยที่สารในแคปซูลนั้นเป็นเหมือนตัวรับคำสั่ง  เมื่อแคปซูลละลาย  สารต่างๆที่อยู่ในกระเพาะจะถูกซึมเข้าสู่กระแสเลือดไหลไปเกาะติดตามสมองส่วนประสาทสั่งการโดยที่คนควบคุมคือนายวิค  ใครที่ขัดคำสั่งหมอนั่น ปากสว่างพูดความจริงในการทำงานหรือทำงานพลาด  หมอนั่นมันก็ทำการระเบิดสมองเละ”   ความจริงจากปากของแทบินทำเอาเท็ดดี้ถึงกับมึนงง  ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงในทันทีที่สมองรับรู้ความถูกต้องก็ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้นุ่มทันที

 

        “แต่ไม่เข้าใจอย่างนึงคือ  ยองเบพยายามจะบอกเรื่องพวกนี้หลายครั้ง  แต่เจ้าวิคนั่นก็ยังไม่ยอมทำลายยองเบทิ้ง  กลับใช้วิธีทรมานแทนซะแบบนั้น”

 

        “เจ้าบ้าเอ้ย!!!! ตัวจริงมันเป็นใครกันนะ”   เท็ดดี้สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะทึ้งหัวตัวเอง

 

        “เอาเป็นว่า ... นายควรจะอยู่ใกล้ยองเบไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  แล้วชั้นจะจัดคนจากหน่วยเราให้คอยคุ้มกันยองเบไว้ห่างๆแล้วกัน  ตอนนี้นายควรกลับไปหายองเบนะ  ยองเบคงรอกินข้าวกับนายอยู่”   แทบินพูดจบก็ดึงอีกฝ่ายขึ้นแล้วกอดคอไว้

 

         “มัน.. เชื่อยากว่ะ เรื่องนี้”   เท็ดดี้พูดแล้วถอนหายใจเบาๆ

 

         “เออน่ะ  นายจะไม่เชื่อก็ตามใจนะเว้ยเท็ด  สักวันบางอย่างจะทำให้นายเชื่อและรู้เอง  เอาเป็นว่าดูแลยองเบดีๆนะเว้ย  วันนี้มีเรื่องคุยแค่นี้แหละ  อีกอย่างดูท่าทางคงอยากกินเมียเต็มที่แล้วสิท่า  ฮ่าๆๆๆ”  พูดจบก็ตบบ่าอีกฝ่ายแล้วเดินออกจากห้องของเท็ดดี้ไปทิ้งให้อีกฝ่ายอ้าปากค้างพอรู้สึกตัวจึงด่าตามหลังอีกฝ่ายไป

 

        “ไอ้เวรเอ้ยยยยย~~~~!!”

 

 

                                     ………………………

 

 

        “ฟู่ววว สบายตัวดีแฮะ”   ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ปกปิดร่างกายด้วยชุดคลุมหลังอาบน้ำสีขาวสะอาดตา  ยองเบนั่งลงบนโซฟาดำพร้อมกับดีดนิ้วหนึ่งที   จอโทรทัศน์ติดผนังฉายเป็นช่องต่างๆ  มือเล็กเลื่อนไปมากลางอากาศเพื่อเลือกช่องที่จะดู

 

        “music player”  คำสั่งภาษาอังกฤษถูกเอ่ยขึ้นทันใดนั้นจอภาพก็ถูกเลื่อนเก็บขึ้นและสเตอริโอรอบห้องถูกเปลี่ยนเป็นเพลงโปรดที่ยองเบตั้งค่าไว้ตั้งแต่เริ่มต้น  เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆโดยที่ยองเบนั่งฟังเพื่อรออีกฝ่ายที่กำลังคุยงานกับเพื่อนสนิทของตนอยู่

 

        “stop”   ยองเบออกคำสั่งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงออดเตือนว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา   ร่างเล็กเดินยิ้มร่าไปกอดอีกฝ่ายไว้แน่นและซบอก

 

        “ได้เวลากินข้าวแล้วล่ะฮะ”  ยองเบเงยหน้าขึ้นพูดแล้วยิ้มต่อ  แต่พอหันหลังลากอีกฝ่ายให้นั่งกลับโดนรั้งมากอดไว้แน่น

 

        “พี่ไม่กินข้าว  จะกินนายแทน”  พูดจบก็ก้มลงซุกไซร้อีกฝ่ายอย่างโหยหา  มือหนาสอดเข้าใต้ชุดคลุมลูบไล้จนทั่วอย่างพึงพอใจ  จมูกคมสูดดมความหอมกลิ่นกายร่างเล็กที่ตนเองชอบ

 

        “พี่บ้า  อย่ามาหื่นแถวนี้นะ!”  ยองเบร้องห้ามและทุบอกร่างสูงให้หยุดการกระทำ   ทันใดนั้นร่างเล็กก็ถูกยกให้ลอยเหนือพื้นอย่างรวดเร็วจนต้องเหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองตก

 

        “ไม่ได้หื่น แต่หิว อยากกินเมียแทนข้าว น่าจะหวานกว่า”  เท็ดดี้พูดแล้วกระตุกยิ้มโดยคำพูดนั้นทำเอาใบหน้าเล็กแดงระเรื่อ   เท็ดดี้อุ้มยองเบวางนอนลงบนโซฟาดำก่อนจะขึ้นคร่อมอีกฝ่าย  เรียวปากหนาไล้สัมผัสไปตามร่างกายของคนข้างใต้ราวกับผีเสื้อที่โบยบิน  เสียงครางหวานหูยิ่งปลุกอารมณ์ของคนข้างบนให้กระเจิงเพิ่มความรุนแรงกับคนตรงหน้ามากขึ้นจนเป็นรอยแดงไปทั่ว

 

 

 

 

        ~ 私の蝶 不規則に飛び回り     あなたの手に鱗粉を付けた ~
        (ผีเสื้อของฉันขยับกายบินไปรอบๆอย่างไร้ทิศทางไม่อาจควบคุม    และได้โปรยผงปีกติดทิ้งร่องรอยไว้ที่มือของเธอ)
 

 

 

 
        #내가 손을 뗄수없는 이유  her figure so tight.   Such a beautiful view like them Vegas lights#
 
 

 

        “อ๊ะ. ..พี่ โทรศัพท์ อ่ะ”  ยองเบร้องเตือนอีกฝ่ายที่ยังคงเล่นอยู่บนร่างกายของตนราวกับของเล่นชิ้นโปรดแต่ดูเหมือนจะคนบนตัวจะไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่

 

 

 
        #Shawty, when it comes to you, you know I never think twice      And your body is ma wonderland, I could play all night#

 

 

         “อ๊าา า  ยะ.. . หยุดก่อน สิ”   มือเล็กผลักอีกฝ่ายที่กำลังโอบรัดตัวเองออก  เท็ดดี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะปล่อยร่างอีกฝ่ายแล้วหยิบมือถือขึ้นมารับ

 

         “ฮัลโหลครับ”  เท็ดดี้ลุกออกจากโซฟาและเดินไปคุยไปแต่พอได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็เลยว้ากทันที

 

         “ไอ้เวรแดนนี่!!  โทรมาทำบ้าอะไรตอนนี้วะ!!!!”

 

         (ใจเย็นดิวะเท็ดเอ้ย   ดุเหมือนหมีตกมันขนาดนี้คงหื่นใส่เมียอยู่ชัวร์)

 

         “รู้ก็ดี  มีอะไรว่ามาอย่าชักช้าเสียเวลาคนทำมาหากิน”

 

         (บอสใหญ่เราเรียกประชุมด่วนว่ะ  ท่านสั่งให้โทรมาตามนายด้วย  เห็นว่าจะประชุมเรื่องเคสองค์กรแบล็คของนายวิคด้วย  เหมือนสายของเราจะได้ความคืบหน้าขององค์กรนี้มาบ้าง)

 

         “จริงเหรอวะ  แล้วนี่นายอยู่ไหน”

 

         (ขับรถสิวะ  ตอนนี้ลูกน้องนายออกจากห้องกันหมดแล้วและทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปศูนย์บัญชาการอยู่  นายก็รีบแต่งตัวดีๆแล้วรีบตามไปซะล่ะ)

 

         “โอเคๆ  งั้นแค่นี้นะ”

 

         (เห้ยเท็ดด อย่าเพิ่งวาง)

 

         “มีอะไร”

 

         (ห้ามบอกเรื่องนี้กับยองเบนะเว้ย  บอกแค่ว่าเป็นเคสด่วนพอ  ยังไงก็ห้ามบอก แค่นี้นะ)

 

         “เออๆ”   เท็ดดี้รับปากกับอีกฝ่ายก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วเดินกลับไปหายองเบที่สภาพตอนนี้ชุดคลุมที่คลุมตัวอยู่ถูกเปิดออกจนปกปิดไม่หมดทำให้เผลอมองไม่ละสายตา

 

         “มีอะไรเหรอฮะพี่?”   ยองเบเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนเงียบไป

 

         “อ่อ  แทบินโทรมาตามน่ะ  เห็นว่ามีเคสด่วน  พี่ต้องไปก่อนนะครับตัวเล็ก”  เท็ดดี้ตอบด้วนน้ำเสียงราบเรียบผิดกับที่คุยกับแทบินเมื่อครู่  แต่ก่อนจะไปจู่ๆแขนเล็กก็โอบรอบคอร่างสูงไว้ก่อนจะเขย่งตัวสัมผัสเรียวปากหนาด้วยกลีบปากบางของตนทำให้มือหนาอดไม่ได้ที่จะโอบกอดคนตรงหน้าไว้  ยองเบผละออกเบาๆพร้อมกับยิ้มร่า

 

         “รีบกลับมานะ  ผมรออยู่”  เสียงกระซิบข้างหูทำให้มุมปากหนากระตุกยิ้ม  จึงก้มลงฝากรอยจูบไว้ลงบนซอกคอเนียนของคนตัวเล็ก

 

         “งั้นมัดจำไว้ก่อนนะครับ  พี่ไปนะยองเบ”  เท็ดดี้ผละออกจากยองเบแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที

 

         “สงสัยจะงานยุ่งสิน้า  เฮ้ออ..”  ยองเบถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารและทานข้าวอย่างว่องไว  กับข้าวที่เหลือถูกเก็บเข้าตู้เย็นอย่างดีส่วนจานที่เปื้อนก็นำเข้าเครื่องล้างจานแล้วตั้งค่าไว้   ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันเหมือนที่ทำประจำหลังมื้ออาหาร   เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินออกมาจะหาเสื้อผ้าใส่แต่กลับสะดุดกับคนตรงหน้า

 

         “……… มาสเตอร์ ”   ยองเบเรียกชื่อของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา   ภายใต้แว่นสีดำกรอบลายเสือใบหน้าคมหล่อเหลานั้นกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์  ยิ่งมาพร้อมกับกระเป๋าถือที่เหมือนกระเป๋ายาในแบบที่คุ้นเคยทำให้ร่างเล็กมั่นใจได้ว่าเหตุผลเดียวที่มาต้องเป็นแบบนี้เสมอก็ยิ่งหวาดกลัวคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก  ร่างกายของยองเบสั่นไหวด้วยความกลัวพร้อมกับเท้าแต่ละก้าวที่ถอยหลังช้าๆทีละก้าว  แต่ยิ่งถอยคนที่ถูกเรียกว่า ‘มาสเตอร์’ นั้นยิ่งสาวเท้าตามเรื่อยๆจนแผ่นหลังของร่างเล็กรู้สึกถึงผนังกว้างในห้องตัวเอง  รู้ตัวอีกทีคนตรงหน้าก็อยู่ห่างตัวเองเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

         “เป็นอะไรไปยองเบ  ก็แค่... มาพร้อมกับยาตัวใหม่ให้นายทดลองเหมือนเดิม  แค่นั้น หึหึ...”  เสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอก่อนจะเปิดกระเป๋าชูขวดแก้วใสที่บรรจุเม็ดยาออกมาให้เห็น  ยองเบรู้ดีว่าภายในขวดนั้นมันคือยาอะไรหากแต่แม้จะอยากหนีแต่ขาสองข้างมันกลับไม่สามัคคีเอาซะเลย

 

         “มาสเตอร์..  ได้โปรด อย่าให้ผมกินนะ  ผมไม่เอาแล้ว”  ยองเบยืนตัวสั่นด้วยความกลัว  ปากเล็กภาวนาร้องขออีกฝ่ายอย่างน่าเวทนาแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจจับใบหน้าเล็กและบีบจนแน่น

 

         “ทำไมล่ะ   นายเองมันก็ความรู้สึกไวซะด้วยสิ  ขาดตัวทดลองอย่างนายก็ไม่สนุกกันพอดี”  คนที่ได้ชื่อว่ามาสเตอร์จับใบหน้าและบีบแน่นราวกับต้องการให้ริมฝีปากเปิดออกแต่ร่างเล็กกลับเม้มไว้แน่น  มือใหญ่ของมาสเตอร์ตบเข้าที่ใบหน้าเล็กอย่างแรงเพื่อให้ความรู้สึกเจ็บทำให้หมดแรง  ดวงตาเล็กปรากฏน้ำใสๆออกมาในขณะที่กลีบปากตนไม่ยอมหุบเม้มตามที่ใจต้องการ   แคปซูลยาสีขาวถูกใส่เข้าไปในโพรงปากเล็กและถูกปิดปากด้วยเรียวปากของผู้กระทำ  มือเล็กทั้งผลักทั้งทุบตี ร่างกายดิ้นพราดๆเพื่อหนีเอาตัวรอดแต่ก็ไม่ได้ผลจนสุดท้ายตัวเองที่จะขาดอากาศหายใจจึงต้องกลืนเม็ดยานั้นเพื่อให้อีกฝ่ายผละออก

 

         “หึ! ว่าง่ายแบบนี้สิค่อยดีหน่อย”  คนเป็นมาสเตอร์จัดการเก็บขวดยาเข้ากระเป๋าตนแล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะ  สายตาหันมาสังเกตร่างเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งสั่นอย่างหวาดกลัว   หากแต่ใบหน้าที่ซีดเพราะความกลัวกลับมีเลือดฝาดขึ้นทีละนิด  เจ้าของผลงานแสยะยิ้มออกมาก่อนจะดึงให้ร่างเล็กลุกขึ้นแล้วผลักให้ติดผนัง

 

         “มาส. .เตอร์ ... อย่าครับ”  ยองเบร้องห้ามและดิ้นขัดขืนเมื่ออีกฝ่ายนำมือเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวของตน  แต่ยิ่งนานเข้ายองเบก็ยิ่งไร้แรงต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ

 

         “ไม่เพราะเลยนะครับ  เรียกเทมป์สิ”  คนตรงหน้ากระซิบเข้าข้างหูก่อนจะขบใบหูเล็กเล่น   เรียวปากอวบอิ่มบดขยี้กลีบปากเล็กอย่างรุนแรงเร่าร้อนก่อนจะไล้ไปตามกรอบหน้าจนถึงซอกคอจึงหยุดชะงัก

 

         “รอยนี่น่ะ  จากแฟนนายสินะ  ชั้นขอทำให้มันเต็มแทนเค้าก็แล้วกัน”   พูดจบก็ประทับรอยจูบอย่างรุนแรงและโอบรัดร่างเล็กไว้แน่น

 

         “ทะ .. เทมป์ ... . หยุด ..น นะ  อื้อ อ อ”  จากเสียงร้องห้ามเมื่อฤทธิ์ยาเริ่มทำงานกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานแทน  มือเล็กที่เคยพยายามดึงให้อีกฝ่ายออกกลับกดให้สัมผัสและกระทำตามความต้องการตัวเองที่เข้ามาแทนที่  ยองเบที่ทั้งถูกฤทธิ์ยาและการกระทำของอีกฝ่ายทำให้สติหลุดกระเจิง  ความอยากและความลุ่มหลงเข้ามาแทนที่ความถูกผิดและความกลัวก่อนหน้า  คนตรงหน้ายิ้มอย่างพึงพอใจกับผลงานของตน  เรียวนิ้วลากผ่านตามลำตัวลงมาจนถึงเชือกที่ผูกรัดชุดคลุมไว้และกระตุกทิ้งให้เชือกคลายออกและยังคงลากผ่านต่อไปเรื่อยๆจนถึงหว่างขา

 

         “อื้ม มม  อย่า ..สิ  มันจั๊ก.. กะจี้ นะ ..อ๊า าา ”  เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับนิ้วที่ถูกสอดใส่เข้าไปทางช่องล่างของยองเบและขยับเข้าออกกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย  แม้ว่าจิตใจลึกๆจะต้านทานและรับรู้ทุกการกระทำแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองได้อีก  นิ้วเรียวของอีกฝ่ายเข้าสอดใส่เพิ่มทีละนิ้วและขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วในขณะที่ริมฝีปากยังคงสาละวนอยู่กับยอดอกสีทับทิมของคนตัวเล็ก  เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของ ‘หนูทดลอง’ ได้ที่จึงถอนนิ้วออก  ขาเล็กถูกจับแยกและพาดบ่าคนตรงหน้าไว้พร้อมกับแท่งเนื้อที่เข้าไปแทนที่นิ้วจนมิดด้าม

 

         “อ๊าาาา าา .. . อึ่กก  อื้อ ออ”  เสียงครางกระเส่ายังคงดังเป็นจังหวะทุกครั้งที่ถูกกระแทกใส่  ใบหน้าหวานตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ   แขนเล็กเหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายไว้และมืออีกข้างเลื่อนลงมาสัมผัสกับแผ่นหลังกว้างและจิกลงระบายความรู้สึก  ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามแรงส่งจากอีกฝ่าย

 

         “กี่ครั้งๆก็รู้สึกตัวไวเหมือนเดิมนะ”  เทมป์จับขาเล็กที่พาดอยู่บนบ่าตนวางลงและจับอีกฝ่ายหันหลังให้ตนก่อนจะกระแทกใส่ไม่ยั้ง

 

         “อื้ออ ออ  เทมป์ .. ตรงนั้น น.. อ๊าา”  ยิ่งนานวันเข้ายองเบก็ยิ่งชินชากับการกระทำของอีกฝ่ายซึ่งเทมป์เองก็เช่นกัน  เพราะเขาเองก็ใช้ยองเบเป็นตัวทดลองยาตัวใหม่ในแต่ละครั้งที่ได้ออกมาและยังจับจุดอีกฝ่ายได้  ใบหน้าหวานแนบชิดกำแพงในขณะที่ช่องทางส่วนล่างของตนยังคงถูกกระแทกอย่างไร้ความปรานี

 

         “ชอบรุนแรงสินะ  จัดให้ครับ”  มือใหญ่จับสะโพกเล็กแน่นและซอยแก่นกายเข้าออกถี่จนเกิดเป็นเสียงดัง   ความเจ็บปวดและเสียวซ่านส่งผลให้เสียงหวานยังคงดังระงมไม่หยุดหย่อน  สะโพกเล็กแอ่นรับอาวุธรักของคนที่เป็นมาสเตอร์ของตน    อีกฝ่ายกระแทกอย่างรุนแรงจนสุดท้ายก็ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเข้าสู่ช่องสีหวานนั้นและถอนแก่นกายออก  มือเลื่อนไปลูบไล้หว่างขาเล็กกอบกุมเข้าที่ส่วนอ่อนไหวและรูดขึ้นลงอย่างเร็ว

 

         “อ๊ะ ..อึ่กก . จะถึง . แล้ว .. อ๊า าาา าา า ”   เสียงหวานร้องขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับน้ำรักที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนเต็มมืออีกฝ่าย   ความเจ็บปวดผสมความเหนื่อยล้าที่ได้รับอย่างหนักทำให้ยองเบผลอยหลับไปทันที  เทมป์กลับมาเป็นโหมดหน้านิ่งก่อนจะอุ้มร่างเล็กไปวางบนโซฟาและจัดใส่ชุดคลุมให้ยองเบแต่จงใจให้อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเผยให้เห็นร่างกายที่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยรอยที่ชัดเจนจากฝีมือของผู้มาเยือน  เมื่อจัดการอีกฝ่ายเสร็จจึงจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะคว้ากระเป๋าและเดินออกไปจากห้องนี้ทันที

 

 

                                     ...............................
Creditสำหรับเนื้อหาเพลง:: http://jelphyr.exteen.com
 
 
 
BONUS!!
 
 
 
คือว่า.....   เอามาลงไว้
อย่างที่เคยอ่านบทสัมภาษณ์ เห็นเหมือนพี่เบ้แกจะชอบเบนท์ลีย์  วันนี้เอามาโชว์
รุ่นที่พี่เบ้แกใช้  (แต่สีที่ใช้ในที่นี้คือ Onyx นะคร้าบบบ)
Bentley Continental Flying Spur (Speed)
 
 
รุ่นนี้ถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น!! (จะให้มันดาวน์เกรดรึไง)
แบบ โอยยย เห็นแล้วสวย ไอ้ตาลอยากได้ (ส่วนตัวชอบเบนท์ลีย์กับลัมโบ = =")
เอ้าาา อย่าเสียเวลา ไปดูรูปเหอะ!!!
 
 
 
 
 
แอ้กกกกกก  อยากได้เว้ยยย (กรีดร้อง)
 
 
 
 
 
 
งื้ออออออ จะเอาๆ (ดีดดิ้น)
 
 
 
 
 
 
(บอกแล้วนะสีรถในเรื่องนี้เป็นสี Onyx มันจะออกดำๆหน่อย  แบบข้างล่างนี่)
 
 
 
 
 
 
มันก็ดูธรรมดา  แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกรุ่นนี้ = ="
เอาเป็นว่าชอบ  แค่นั้น - -*
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุ๊ๆ มีเรียกมาสเตอร์ด้วยอ่ะ เท่ห์มากกกก 55+
แต่ก็แฝงความเลวมากกก เอาไว้เช่นกัน
เชอะ~ ถึงเค้าจะกรี๊ดทอปโซล แต่เรื่องนี้เค้าเชียร์เท็ดซันนะค่ะ ฉะนั้นโป้ไม่มีสิทธิ์ เค้าชอบผูชายอ่อนโยนแบบเท็ดดี้อุปป้าค่ะ อิอิ

จากที่อ่านมามาสเตอร์ต้องรักยองเบแน่ๆเลยอ่ะ ไม่ยอมฆ่าทั้งๆที่ยองเบเกือบจะเปิดเผยความลับ แถมยังลงทุนมากอดถึงบ้าน ยาเยออะไรนั่นข้ออ้างมากกว่าเพราะกลัวยองเบไม่ยอม บอกให้เรียกเทมป์ด้วยเหอะ คิกคิก

นี่ถ้าพี่เท็ดกลับมาจะเป็นยังไงบ้างนะ มาสเตอร์ทิ้งร่อยรอยไว้ด้วย กรี๊ดดด อย่าโกรธยองเบนะค่ะ พี่เท็ด มาสเตอร์ ใช้ยาช่วยและใช้กำลังบังคับ ยองเบปฏิเสธแล้ว หนูเป็นพยายานให้ได้นะค่ะ ^^

ปล.ชอบข้างของเครื่องใช้บ้านยองเบมากกก ไฮเทคสุดๆ ^O^

#1 By Let's go party (124.157.247.104) on 2010-10-28 14:30

อ๊ากกกกกกกกก
ทำไมมาสเตอร์เทมป์ทำกับยองเบอย่างนี้
ใช้ยองเบเป็นหนูทดลองยา เค้าไม่ยอมนะ เฮียเท็ดมาช่วยยองเบโดยด่วน!!! แต่เฮียอย่าเข้าใจเบ้ผิดนะ
คนทำก้อคืออิปู่ จัดการเลยเฮียเท็ด
ขอบคุณค่า
รออ่านตอนต่อไปนะค่า

#2 By panda@paradise on 2010-10-29 10:45

pfhnuw <a href="http://cnwknqetohcs.com/">cnwknqetohcs</a>, [url=http://ralfncfobuyc.com/]ralfncfobuyc[/url], [link=http://rhbhtnwygtmc.com/]rhbhtnwygtmc[/link], http://xjlizsekbdxq.com/

#3 By fQixoeDd (173.25.101.108) on 2012-01-25 00:03