[Fiction]The Last Revolver Part 1 + Bonus Bentley
posted on 28 Oct 2010 02:05 by namtaniez in Fiction
(พูดซะอย่างกับห้องของเราสองคนไกลเหลือเกินนะยองเบ ฮะๆๆ)
“ถามพี่ไม่ได้ให้พี่มาหัวเราะผมนะ!!”
(โอ๋ๆ อย่างอนน่าเด็กน้อย พี่ต้องดูงานก่อนนะยองเบ)
“อ่า... ถ้าพี่ติดงานก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ”
(พี่ไม่แน่ใจไง ตอนนี้พี่ก็เคลียร์เคสต่างๆจนจะหมดแล้วล่ะ เพียงแต่พี่แค่ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรเพิ่มหรือเปล่า)
“งั้นอีกครึ่งชั่วโมงพี่โทรหาผมได้มั๊ยอะ ถ้าพี่ว่างผมจะได้ทำเผื่อ”
(ครับผม แล้วพี่จะโทรกลับไปนะยองเบ)
“อ่าครับบ งั้นแค่นี้นะ...”
(เดี๋ยวก่อนๆ พี่ลืมบอกไปน่ะ)
“อะไรเหรอฮะ?”
(พี่รักเด็กคนนึง ที่อยู่ห้องตรงข้ามห้องพี่ เด็กคนนั้นชื่อยองเบแหละครับ ฮ่าๆๆๆๆ) เท็ดดี้พูดจบก็หัวเราะและตัดสายทิ้งปล่อยให้อีกฝ่ายอ้าปากค้างเพราะโต้ตอบไม่ทัน
‘คนบ้า!! จู่ๆมาบอกรักกันแล้วก็วางสายดื้อๆเลย’ ยองเบนึกบ่นภายในใจพลางเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะล้วงกุญแจออกมากดเปิดประตู เบนท์ลีย์สีดำสนิทถูกจอดอยู่ในโซนวีไอพีของห้าง ถุงกระดาษสีน้ำตาลถูกวางไว้ในหลังรถอย่างดีก่อนที่ประตูหลังรถจะปิดลง ทันใดนั้นร่างเล็กก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของบรรยากาศโดยรอบ เซนส์สัมผัสบอกเขาว่าอาจมีคนตามมาและอาจไม่ปลอดภัยต่อตัวเขาเองทำให้ยองเบรีบขึ้นรถ แว่นกันแดดดำถูกสวมใส่และรีบขับรถออกไปทันที
............................
“ฟู่วววว ถึงแล้ว” ยองเบเลี้ยวรถจอดเข้าในที่จอดรถใต้คอนโดซึ่งมีที่เฉพาะของเขาที่ได้จองไว้อยู่แล้ว แต่แม้รถจะจอดสนิทแล้ว ยองเบยังคงไม่ยอมลงจากรถ สายตามองผ่านเลนส์กันแดดไปที่กระจกข้าง รถตู้สีดำคันที่ขับตามเขาเลี้ยวเข้ามา และเบรคกลางทางอย่างกระทันหันจนเป็นเสียงดัง
“ตามมาถึงนี่เลยนะ” เรียวปากที่มีรอยยิ้มกลับหายไปเหลือแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก มือซ้ายเปิดที่เก็บของหน้ารถหยิบปืนพกขนาด 9มม. สองกระบอกถือติดตัวไว้ สายตามองผ่านกระจกสะท้อนให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่ลงมาจากรถพร้อมกับอาวุธในมือคนละชิ้น ยองเบปรับลมหายใจให้ทั่วท้องก่อนจะรีบเปิดประตูลุกขึ้นยืนประจัญกับศัตรูตรงหน้าพร้อมปืนทั้งสองกระบอกในมือ
“บอกกี่รอบแล้วอย่าลุกพรวดพราด ยังคงใจร้อนเหมือนเดิมนะ ... ยองเบ” ชายหนุ่มคนตรงกลางถอดแว่นตัวเองออกแล้วเงยหน้ายิ้มให้พร้อมกับบอกให้ลูกน้องทั้งสองคนเก็บอาวุธของตน ชายหนุ่มสองคนที่ขนาบตัวเดินเข้าไปในรถตู้สีดำคันเดิมแล้วขับออกไปทิ้งไว้ให้เหลือแต่สองคนในลานจอดรถ เมื่อร่างเล็กสังเกตใบหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนจึงลดปืนลงข้างตัว
“พี่แทบิน.. ผมบอกพี่กี่รอบแล้วอย่าแกล้งกัน รถตู้ก็ไม่มีป้ายทะเบียน แถมเล่นขับตามกันมาแบบนี้ ผมนึกว่าจะต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่อีกนะ” ยองเบเก็บปืนพลางบ่นอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าแทบินจะไม่สนใจสักเท่าไหร่
“เอาน่า า แค่จะมาเยี่ยมนายกับเท็ดดี้เฉยๆ หรือว่าเตรียมคิวฮันนีมูน หรือดินเนอร์ คนอื่นห้ามยุ่งอีกล่ะ” แทบินพูดแล้วยิ้มกว้างทำเอาอีกฝ่ายได้แต่ก้มหน้างุดๆเดินกลับไปที่รถเก็บปืนไว้แล้วหยิบถุงของจากหลังรถออกมา
“แน่ะๆ แค่นี้ทำเป็นเขิน ต่างกับเมื่อกี้ลิบลับเลยนะยองเบ ฮ่าๆๆๆๆๆ” ยิ่งแทบินพูดยองเบยิ่งทำอะไรไม่ถูกจึงล็อครถแล้วเดินหนีออกมาพร้อมกับเสียงตะโกนไปหาอีกฝ่ายที่อยู่ข้างหลัง
“ถ้าจะมาหาพี่เท็ดดี้ก็มารอที่ห้องผมสิพี่แทบิน หรือจะยืนอยู่อย่างนั้นก็ตามใจครับ”
..................................
“อะไรนะ!!! นี่ไอ้เท็ดรู้แค่ว่าที่นายมีอาวุธเต็มบ้านเนี่ยทั้งหมดคืองานอดิเรกของนายเพียงแค่นั้นเหรอยองเบ” แทบินที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาก็โวยขึ้นทันทีเมื่อรู้ความจริงจากปากอีกฝ่าย
“ครับ เขาถามกี่ครั้งผมก็ตอบแบบนั้นล่ะ ผมไม่อยากให้พี่เค้าเสียใจ .... พี่ก็อย่าไปปากสว่างบอกพี่เท็ดดี้ล่ะ” เสียงของยองเบต่ำลงเรื่อยๆแล้วกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง จานอาหารอย่างสุดท้ายถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ ยองเบถอดชุดกันเปื้อนพร้อมกับเดินมานั่งคุยกับแทบินบนโซฟาดำอย่างนิ่ง
“แล้วทำไมนายไม่บอกความจริงละ ถ้าเท็ดดี้มันรู้มันไม่เสียใจกว่าหรือไง” แทบินยิงคำถามจี้จุดอีกฝ่ายตามตรง
“ก็ผมถึงหนีมาที่ญี่ปุ่นนี่ไง ก็อ้างไปว่ามาที่นี่ชั่วคราว แต่พวกพี่ก็ดันถูกสั่งย้ายงานมาที่นี่แถมพี่เท็ดดี้ก็มาเจอผมอีก ผมก็เลยหนีไปไหนไม่ได้” ร่างเล็กตอบอย่างหัวเสีย
“แล้วนายคิดว่านายจะปิดความจริงนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน” คำถามนี้ทำเอาคนที่ต้องตอบถึงกับสะอึก ก็ในเมื่อเขาไม่ทันได้คิดถึงเลยว่าเขาจะปิดความลับนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน และไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมาเลยถ้าหากเท็ดดี้รู้เรื่องเข้า
“พี่แทบิน พี่จะให้ผมบอกว่า ‘พี่เท็ดดี้ครับ คดีฆาตกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรแบล็ค ผมเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรนั้นและบางรายผมก็เป็นคนทำเองด้วย’ งั้นเหรอครับ” เมื่อเริ่มหมดความอดทนยองเบจึงตอบกลับด้วยการประชดใส่ ทำเอาแทบินส่ายหน้าแล้วเอนหลังนอนลงกับเบาะโซฟา
“แต่พวกนายนี่จริงๆนะ จะคุยกันนี่ไม่ต้องกลัวใครจะได้ยินเลย เล่นเหมาห้องฝั่งนี้ทั้งชั้นรวม 9 ห้อง เท็ดดี้ก็ดันบ้าซื้อเหมือนนายแถมเป็นฝั่งตรงข้าม ข้างล่างก็เป็นพวกลูกน้องเท็ดดี้ทั้งนั้น นายสองคนไม่รวมเงินสร้างบ้านสร้างเรือนหอเลยล่ะเด็กน้อย” เมื่อเห็นว่าคุยเรื่องเดิมก็ไม่มีประโยชน์จึงเปลี่ยนประเด็นสนทนาทันที
“อย่างผมจะอยู่บ้านได้ไง ที่ผมซื้อห้องต่อๆกันไว้เพราะไม่ต้องการให้ใครมาอยู่รอบข้าง แต่ผมซื้อบ้านไม่ได้เพราะมันโจ่งแจ้งและเป็นหลักเป็นแหล่งเกินไป ผมทำไม่ได้หรอกฮะ ถ้ามีคนตามล่าผมผมก็จะแย่เอา ดีไม่ดีพี่เท็ดดี้ก็จะได้รับลูกหลงไปด้วย”
“ไม่ต้องไปห่วงไอ้เท็ดมันหรอกน่า มันเป็นถึงหัวหน้าหน่วยสอบสวนพิเศษเลยนะเว้ย อย่างมันน่ะลูกน้องที่จงรักภักดีต่อมันน่ะมีเพียบ ห่วงตัวเองดีกว่ามั๊ยเรา” แทบินพูดแล้วเอามือขยี้หัวยองเบอย่างหมั่นไส้
“นั่นแหละที่ผมเป็นห่วง เพราะในนั้นมีพวกผมที่เป็นหนอนบ่อ. . ... โอ้ย!!” ยองเบที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่างจู่ๆก็ร้องขึ้นมา ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างหนักเพราะความเจ็บปวดภายในหัวสมองราวกับเข็มทิ่มแทงเป็นพันๆเล่ม เท้ากระทืบลงพื้นอย่างหนักเพื่อให้รู้สึกถึงความเจ็บจากด้านล่างมากกว่าที่หัวสมอง แทบินมองอาการนี้อย่างเข้าใจดีจึงรู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้และไม่มีใครทำได้จึงปล่อยอีกฝ่ายไว้ สักพักใหญ่ๆยองเบก็หยุดดิ้นแล้วนั่งหายใจหอบ เหงื่อพุดพรายเต็มใบหน้าจากการสู้ทนความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“นายจะทำอะไร พวกมันก็รู้ ใช่ไหมยองเบ” ยองเบที่ตอนนี้เรี่ยวแรงฟื้นตัวได้แต่พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ แทบินมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสารแต่ยองเบที่มองเห็นแม้จะไม่ชัดก็ตวาดกลับทันที
“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น!!!! ..... .. พี่อย่าไปบอกพี่เท็ดดี้นะ ผมขอร้อง” เสียงแข็งกร้าวที่ตวาดไปกลับลดลงเป็นคำอ้อนวอนขอร้องอีกฝ่าย แทบินส่ายหน้าอย่างเอือมระอาแล้วตอบรับในลำคอ ยองเบเผยยิ้มเหนื่อยๆออกมาพร้อมกับโทรศัพท์ข้างตัวที่ดังขึ้นร่างเล็กจึงหยิบมาดูรายชื่อ เมื่อเห็นรูปตัวแทนคนบนจอมือถือจึงยิ้มและรับสายทันที
“ว่าไงฮะ”
(ยองเบ วันนี้พี่เสร็จงานแล้วนะ เดี๋ยวจะไปหานะครับ)
“จริงเหรอฮะ”
(ครับ เนี่ยกำลังขับรถกลับเลย)
“ระวังตัวด้วยนะฮะ อ้ออ พี่แทบินมาหาแน่ะ”
(เปิดบลูทูธต่อกับสเตอริโอในห้องซะ พี่จะคุยกับมันหน่อย เอาให้ชัดๆเลย)
“อ่ออ จะคุยกับพี่แทบินเหรอฮะ ได้ๆ” พูดจบยองเบก็เชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับเซ็ตลำโพงที่อยู่รอบห้องแถมปรับลำโพงให้เสียงดังตามคำสั่งแล้ววางมือถือไว้ ทันใดนั้นก็มีเสียงจากลำโพงออกมาเต็มหูทั้งคู่จนแทบจะยกมือปิดหูไม่ทัน
(ไอ้ล่ำ!!!!! ไสหัวกลับห้องไปเดี๋ยวนี้เว้ย จะอยู่กับเมียจะกินข้าวกับเมียสองคน กรุณาอย่ามาเป็นส่วนเกินหรือกขค.!!)
“เห้ยย ใจเย็นๆดิวะไอ้หมีควาย เห็นเป็นเพื่อนบ้างไหมเนี่ยห๊ะ กุงอนแล้วนะเว้ย”
(งอนไปเลย ไม่ใช่เมียกุกุไม่มีทางง้อ)
“โหห ไอ้หมีควายใจร้าย มึงไล่กุเดี๊ยะกุจับเมียมึงปล้ำซะเลยนิ”
(กุรู้มึงไม่กล้า มึงอย่ามาปากดี และเมียกุไม่ใช่สเปคมึงด้วย)
“มึงเคยเห็นกุพูดแล้วไม่ทำหรือไงวะ หึหึหึหึ...”
(ไอ่เวร!! อย่าแตะต้องเมียกุนะเว้ย ไม่งั้นกุจะให้ดองอุคจัดการมึง)
“ไอ้หมีแม่ง เล่นด้วยนิดๆหน่อยๆเอาเมียกุมาขู่ตลอดนะมึง”
(ก็มึงกลัวเมียไง กุเอาเมียมึงมาขู่ก็จบ มึงก็ไม่กล้าหือละ)
“พูดอย่างกับมึงไม่กลัวเมียงั้นแหละไอ้เท็ด”
(เขาไม่เรียกกลัวเมียเว้ย เขาเรียกรักเมียหลงเมียหวงเมียยิ่งกว่าใครที่รู้จักและพบเจอ)
“พอเลยมึง กูจะอ้วก รีบๆมาละกันกูมีเรื่องจะคุยกับมึง”
(เรื่องอะไรอีกวะ ไว้ก่อนไม่ได้ไง?)
“กุเข้าใจว่ามึงอยากจะงาบจะแทะจะกินเมียเต็มที่ แต่ช่วยสนใจงานสักนิดจะได้ไหมไอ้หมีควาย”
(แน่ะมึง พูดแบบนี้เมียกูรู้หมดเลยไอ่เวรเอ้ย)
“มึงกับกุก็นิสัยพอๆกันนั่นแหละ รีบๆมาละกัน”
(งั้นมึงรอกุเดี๋ยวนะไอ่บ้าแว่น กุคุยกับมึงจนจอดรถเสร็จแล้วเนี่ย กุจะขึ้นไปละ)
“เออๆ แล้วเจอกัน” พูดจบก็ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ยองเบเห็นดังนั้นจึงดีดนิ้วสองครั้งเป็นการตัดสัญญาณทิ้ง
“พวกพี่นี่นะ ทะเลาะกันเหมือนเด็กเลย ฮะๆๆ” ยองเบพูดแล้วหัวเราะน้อยๆออกมา แทบินได้แต่ยิ้มเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำให้ร่างเล็กที่ดูไม่ค่อยมีความสุขนอกจากเวลาอยู่กับเท็ดดี้หัวเราะได้
“พวกพี่ก็งี้แหละน่า อย่าสนใจเลยๆ” พูดจบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับจอแอลซีดีที่ฉายภาพยนตร์ค้างไว้ถูกเปลี่ยนเป็นโหมดกล้องหน้าประตูทำให้รู้ว่าใครอยู่ข้างนอก
“จะเคาะทำไมล่ะพี่ เข้ามาสิ” พูดจบคนที่อยู่ข้างนอกจึงสแกนลายนิ้วมือแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้อง เท็ดดี้เดินยิ้มเข้ามาพลางโบกมือทักทายและกอดตอบยองเบที่จู่ๆก็เดินมากระโดดกอดใส่
“ยองเบ พี่ขอคุยงานกับเท็ดดี้สักสิบนาทีได้ไหม” เมื่อยองเบปล่อยแทบินจึงลากเท็ดดี้ออกจากห้องยองเบและเข้าไปในห้องเท็ดดี้แทนทันที
...............................
“อะไรนะ!! ยองเบน่ะเหรอที่เป็นพวกกับมือสังหารที่ใช้นามแฝงว่าวิค” เท็ดดี้ที่รู้ความจริงจากปากแทบินทำให้ถึงกับช็อคส่วนอีกฝ่ายได้แต่เอามือปิดปากเท็ดดี้ไว้
“ชู่วววววว เบาๆสิเท็ดดี้ ยองเบมันยิ่งกำชับอยู่ว่าไม่ให้บอกนาย” แทบินพูดเบาๆเป็นการเตือนให้เงียบเสียง
“บ้าน่าา ก็ยองเบบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นแค่งานอดิเรก.....” พูดถึงตรงนี้เท็ดดี้ก็ชะงัก สมองทำการประมวลผลอย่างหนักถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาของยองเบ คำพูดและท่าทางทุกครั้งที่ยองเบตอบคำถามที่เขาถามถึงสิ่งที่ยองเบทำ แล้วก็อาวุธบางชนิดที่ยองเบอ้างว่าเป็นงานอดิเรกคนทั่วไปไม่สามารถมีไว้ในครอบครอง
“... มันนานหรือยัง” สุดท้ายเท็ดดี้ก็ถอนหายใจเบาๆและเอ่ยถามแทบินด้วยน้ำเสียงเนือยๆราวกับคนที่เหนื่อยใจ
“นานแล้ว ตั้งแต่พวกเรายังอยู่ที่โซล ยองเบกลัวนายรู้และกลัวนายเป็นอันตรายจึงหนีมาอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่ แต่พวกเราก็ถูกสั่งย้ายงานให้มาที่ญี่ปุ่น แถมนายก็ดันหลงเข้าไปในสวนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของยองเบและเจอจนได้ เฮ้ออ...”
“นี่สรุป บางเคสที่จับไม่ได้หรือว่าเป็นฝีมือพวกแก๊งค์นายวิค จะบอกว่ายองเบก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย?” เท็ดดี้ถามจบแทบินก็พยักหน้าแทนคำตอบ เท็ดดี้ทิ้งตัวพิงเก้าอี้พร้อมถอนหายใจแรงๆอย่างเหนื่อยอ่อน อีกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงเดินมาตบบ่าเบาๆ
“เอาเป็นว่า ตอนนี้นายต้องคอยดูแลยองเบดีๆ และก็.... ชั้นคิดว่ารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับองค์กรของนายวิคแล้วล่ะ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ยองเบปวดหัวอย่างรุนแรงด้วย” คำพูดนั้นทำให้เท็ดดี้ตาสว่างกลับมาสนใจทันที
“คืองี้ วันนี้และหลายครั้งแล้วที่ยองเบพยายามเตือนเรื่องนายว่าให้นายระวังตัวเรื่องลูกน้องในหน่วยของเรา แต่จู่ๆยองเบก็ปวดหัวขึ้นมากระทันหันและพูดต่อไม่ได้ไปชั่วขณะ เท่าที่เคยรู้มาจากคนขององค์กรแบล็คที่พยายามบอกใบ้เราด้วยรหัส เหมือนนายวิคจะให้คนในองค์กรแบล็คกินแคปซูลโดยที่สารในแคปซูลนั้นเป็นเหมือนตัวรับคำสั่ง เมื่อแคปซูลละลาย สารต่างๆที่อยู่ในกระเพาะจะถูกซึมเข้าสู่กระแสเลือดไหลไปเกาะติดตามสมองส่วนประสาทสั่งการโดยที่คนควบคุมคือนายวิค ใครที่ขัดคำสั่งหมอนั่น ปากสว่างพูดความจริงในการทำงานหรือทำงานพลาด หมอนั่นมันก็ทำการระเบิดสมองเละ” ความจริงจากปากของแทบินทำเอาเท็ดดี้ถึงกับมึนงง ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงในทันทีที่สมองรับรู้ความถูกต้องก็ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้นุ่มทันที
“แต่ไม่เข้าใจอย่างนึงคือ ยองเบพยายามจะบอกเรื่องพวกนี้หลายครั้ง แต่เจ้าวิคนั่นก็ยังไม่ยอมทำลายยองเบทิ้ง กลับใช้วิธีทรมานแทนซะแบบนั้น”
“เจ้าบ้าเอ้ย!!!! ตัวจริงมันเป็นใครกันนะ” เท็ดดี้สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะทึ้งหัวตัวเอง
“เอาเป็นว่า ... นายควรจะอยู่ใกล้ยองเบไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วชั้นจะจัดคนจากหน่วยเราให้คอยคุ้มกันยองเบไว้ห่างๆแล้วกัน ตอนนี้นายควรกลับไปหายองเบนะ ยองเบคงรอกินข้าวกับนายอยู่” แทบินพูดจบก็ดึงอีกฝ่ายขึ้นแล้วกอดคอไว้
“มัน.. เชื่อยากว่ะ เรื่องนี้” เท็ดดี้พูดแล้วถอนหายใจเบาๆ
“เออน่ะ นายจะไม่เชื่อก็ตามใจนะเว้ยเท็ด สักวันบางอย่างจะทำให้นายเชื่อและรู้เอง เอาเป็นว่าดูแลยองเบดีๆนะเว้ย วันนี้มีเรื่องคุยแค่นี้แหละ อีกอย่างดูท่าทางคงอยากกินเมียเต็มที่แล้วสิท่า ฮ่าๆๆๆ” พูดจบก็ตบบ่าอีกฝ่ายแล้วเดินออกจากห้องของเท็ดดี้ไปทิ้งให้อีกฝ่ายอ้าปากค้างพอรู้สึกตัวจึงด่าตามหลังอีกฝ่ายไป
“ไอ้เวรเอ้ยยยยย~~~~!!”
………………………
“ฟู่ววว สบายตัวดีแฮะ” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ปกปิดร่างกายด้วยชุดคลุมหลังอาบน้ำสีขาวสะอาดตา ยองเบนั่งลงบนโซฟาดำพร้อมกับดีดนิ้วหนึ่งที จอโทรทัศน์ติดผนังฉายเป็นช่องต่างๆ มือเล็กเลื่อนไปมากลางอากาศเพื่อเลือกช่องที่จะดู
“music player” คำสั่งภาษาอังกฤษถูกเอ่ยขึ้นทันใดนั้นจอภาพก็ถูกเลื่อนเก็บขึ้นและสเตอริโอรอบห้องถูกเปลี่ยนเป็นเพลงโปรดที่ยองเบตั้งค่าไว้ตั้งแต่เริ่มต้น เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆโดยที่ยองเบนั่งฟังเพื่อรออีกฝ่ายที่กำลังคุยงานกับเพื่อนสนิทของตนอยู่
“stop” ยองเบออกคำสั่งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงออดเตือนว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา ร่างเล็กเดินยิ้มร่าไปกอดอีกฝ่ายไว้แน่นและซบอก
“ได้เวลากินข้าวแล้วล่ะฮะ” ยองเบเงยหน้าขึ้นพูดแล้วยิ้มต่อ แต่พอหันหลังลากอีกฝ่ายให้นั่งกลับโดนรั้งมากอดไว้แน่น
“พี่ไม่กินข้าว จะกินนายแทน” พูดจบก็ก้มลงซุกไซร้อีกฝ่ายอย่างโหยหา มือหนาสอดเข้าใต้ชุดคลุมลูบไล้จนทั่วอย่างพึงพอใจ จมูกคมสูดดมความหอมกลิ่นกายร่างเล็กที่ตนเองชอบ
“พี่บ้า อย่ามาหื่นแถวนี้นะ!” ยองเบร้องห้ามและทุบอกร่างสูงให้หยุดการกระทำ ทันใดนั้นร่างเล็กก็ถูกยกให้ลอยเหนือพื้นอย่างรวดเร็วจนต้องเหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองตก
“ไม่ได้หื่น แต่หิว อยากกินเมียแทนข้าว น่าจะหวานกว่า” เท็ดดี้พูดแล้วกระตุกยิ้มโดยคำพูดนั้นทำเอาใบหน้าเล็กแดงระเรื่อ เท็ดดี้อุ้มยองเบวางนอนลงบนโซฟาดำก่อนจะขึ้นคร่อมอีกฝ่าย เรียวปากหนาไล้สัมผัสไปตามร่างกายของคนข้างใต้ราวกับผีเสื้อที่โบยบิน เสียงครางหวานหูยิ่งปลุกอารมณ์ของคนข้างบนให้กระเจิงเพิ่มความรุนแรงกับคนตรงหน้ามากขึ้นจนเป็นรอยแดงไปทั่ว
“ฮัลโหลครับ” เท็ดดี้ลุกออกจากโซฟาและเดินไปคุยไปแต่พอได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็เลยว้ากทันที
“ไอ้เวรแดนนี่!! โทรมาทำบ้าอะไรตอนนี้วะ!!!!”
(ใจเย็นดิวะเท็ดเอ้ย ดุเหมือนหมีตกมันขนาดนี้คงหื่นใส่เมียอยู่ชัวร์)
“รู้ก็ดี มีอะไรว่ามาอย่าชักช้าเสียเวลาคนทำมาหากิน”
(บอสใหญ่เราเรียกประชุมด่วนว่ะ ท่านสั่งให้โทรมาตามนายด้วย เห็นว่าจะประชุมเรื่องเคสองค์กรแบล็คของนายวิคด้วย เหมือนสายของเราจะได้ความคืบหน้าขององค์กรนี้มาบ้าง)
“จริงเหรอวะ แล้วนี่นายอยู่ไหน”
(ขับรถสิวะ ตอนนี้ลูกน้องนายออกจากห้องกันหมดแล้วและทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปศูนย์บัญชาการอยู่ นายก็รีบแต่งตัวดีๆแล้วรีบตามไปซะล่ะ)
“โอเคๆ งั้นแค่นี้นะ”
(เห้ยเท็ดด อย่าเพิ่งวาง)
“มีอะไร”
(ห้ามบอกเรื่องนี้กับยองเบนะเว้ย บอกแค่ว่าเป็นเคสด่วนพอ ยังไงก็ห้ามบอก แค่นี้นะ)
“เออๆ” เท็ดดี้รับปากกับอีกฝ่ายก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วเดินกลับไปหายองเบที่สภาพตอนนี้ชุดคลุมที่คลุมตัวอยู่ถูกเปิดออกจนปกปิดไม่หมดทำให้เผลอมองไม่ละสายตา
“มีอะไรเหรอฮะพี่?” ยองเบเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนเงียบไป
“อ่อ แทบินโทรมาตามน่ะ เห็นว่ามีเคสด่วน พี่ต้องไปก่อนนะครับตัวเล็ก” เท็ดดี้ตอบด้วนน้ำเสียงราบเรียบผิดกับที่คุยกับแทบินเมื่อครู่ แต่ก่อนจะไปจู่ๆแขนเล็กก็โอบรอบคอร่างสูงไว้ก่อนจะเขย่งตัวสัมผัสเรียวปากหนาด้วยกลีบปากบางของตนทำให้มือหนาอดไม่ได้ที่จะโอบกอดคนตรงหน้าไว้ ยองเบผละออกเบาๆพร้อมกับยิ้มร่า
“รีบกลับมานะ ผมรออยู่” เสียงกระซิบข้างหูทำให้มุมปากหนากระตุกยิ้ม จึงก้มลงฝากรอยจูบไว้ลงบนซอกคอเนียนของคนตัวเล็ก
“งั้นมัดจำไว้ก่อนนะครับ พี่ไปนะยองเบ” เท็ดดี้ผละออกจากยองเบแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
“สงสัยจะงานยุ่งสิน้า เฮ้ออ..” ยองเบถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารและทานข้าวอย่างว่องไว กับข้าวที่เหลือถูกเก็บเข้าตู้เย็นอย่างดีส่วนจานที่เปื้อนก็นำเข้าเครื่องล้างจานแล้วตั้งค่าไว้ ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันเหมือนที่ทำประจำหลังมื้ออาหาร เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินออกมาจะหาเสื้อผ้าใส่แต่กลับสะดุดกับคนตรงหน้า
“……… มาสเตอร์ ” ยองเบเรียกชื่อของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ภายใต้แว่นสีดำกรอบลายเสือใบหน้าคมหล่อเหลานั้นกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งมาพร้อมกับกระเป๋าถือที่เหมือนกระเป๋ายาในแบบที่คุ้นเคยทำให้ร่างเล็กมั่นใจได้ว่าเหตุผลเดียวที่มาต้องเป็นแบบนี้เสมอก็ยิ่งหวาดกลัวคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก ร่างกายของยองเบสั่นไหวด้วยความกลัวพร้อมกับเท้าแต่ละก้าวที่ถอยหลังช้าๆทีละก้าว แต่ยิ่งถอยคนที่ถูกเรียกว่า ‘มาสเตอร์’ นั้นยิ่งสาวเท้าตามเรื่อยๆจนแผ่นหลังของร่างเล็กรู้สึกถึงผนังกว้างในห้องตัวเอง รู้ตัวอีกทีคนตรงหน้าก็อยู่ห่างตัวเองเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น
“เป็นอะไรไปยองเบ ก็แค่... มาพร้อมกับยาตัวใหม่ให้นายทดลองเหมือนเดิม แค่นั้น หึหึ...” เสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอก่อนจะเปิดกระเป๋าชูขวดแก้วใสที่บรรจุเม็ดยาออกมาให้เห็น ยองเบรู้ดีว่าภายในขวดนั้นมันคือยาอะไรหากแต่แม้จะอยากหนีแต่ขาสองข้างมันกลับไม่สามัคคีเอาซะเลย
“มาสเตอร์.. ได้โปรด อย่าให้ผมกินนะ ผมไม่เอาแล้ว” ยองเบยืนตัวสั่นด้วยความกลัว ปากเล็กภาวนาร้องขออีกฝ่ายอย่างน่าเวทนาแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจจับใบหน้าเล็กและบีบจนแน่น
“ทำไมล่ะ นายเองมันก็ความรู้สึกไวซะด้วยสิ ขาดตัวทดลองอย่างนายก็ไม่สนุกกันพอดี” คนที่ได้ชื่อว่ามาสเตอร์จับใบหน้าและบีบแน่นราวกับต้องการให้ริมฝีปากเปิดออกแต่ร่างเล็กกลับเม้มไว้แน่น มือใหญ่ของมาสเตอร์ตบเข้าที่ใบหน้าเล็กอย่างแรงเพื่อให้ความรู้สึกเจ็บทำให้หมดแรง ดวงตาเล็กปรากฏน้ำใสๆออกมาในขณะที่กลีบปากตนไม่ยอมหุบเม้มตามที่ใจต้องการ แคปซูลยาสีขาวถูกใส่เข้าไปในโพรงปากเล็กและถูกปิดปากด้วยเรียวปากของผู้กระทำ มือเล็กทั้งผลักทั้งทุบตี ร่างกายดิ้นพราดๆเพื่อหนีเอาตัวรอดแต่ก็ไม่ได้ผลจนสุดท้ายตัวเองที่จะขาดอากาศหายใจจึงต้องกลืนเม็ดยานั้นเพื่อให้อีกฝ่ายผละออก
“หึ! ว่าง่ายแบบนี้สิค่อยดีหน่อย” คนเป็นมาสเตอร์จัดการเก็บขวดยาเข้ากระเป๋าตนแล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะ สายตาหันมาสังเกตร่างเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งสั่นอย่างหวาดกลัว หากแต่ใบหน้าที่ซีดเพราะความกลัวกลับมีเลือดฝาดขึ้นทีละนิด เจ้าของผลงานแสยะยิ้มออกมาก่อนจะดึงให้ร่างเล็กลุกขึ้นแล้วผลักให้ติดผนัง
“มาส. .เตอร์ ... อย่าครับ” ยองเบร้องห้ามและดิ้นขัดขืนเมื่ออีกฝ่ายนำมือเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวของตน แต่ยิ่งนานเข้ายองเบก็ยิ่งไร้แรงต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่เพราะเลยนะครับ เรียกเทมป์สิ” คนตรงหน้ากระซิบเข้าข้างหูก่อนจะขบใบหูเล็กเล่น เรียวปากอวบอิ่มบดขยี้กลีบปากเล็กอย่างรุนแรงเร่าร้อนก่อนจะไล้ไปตามกรอบหน้าจนถึงซอกคอจึงหยุดชะงัก
“รอยนี่น่ะ จากแฟนนายสินะ ชั้นขอทำให้มันเต็มแทนเค้าก็แล้วกัน” พูดจบก็ประทับรอยจูบอย่างรุนแรงและโอบรัดร่างเล็กไว้แน่น
“ทะ .. เทมป์ ... . หยุด ..น นะ อื้อ อ อ” จากเสียงร้องห้ามเมื่อฤทธิ์ยาเริ่มทำงานกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานแทน มือเล็กที่เคยพยายามดึงให้อีกฝ่ายออกกลับกดให้สัมผัสและกระทำตามความต้องการตัวเองที่เข้ามาแทนที่ ยองเบที่ทั้งถูกฤทธิ์ยาและการกระทำของอีกฝ่ายทำให้สติหลุดกระเจิง ความอยากและความลุ่มหลงเข้ามาแทนที่ความถูกผิดและความกลัวก่อนหน้า คนตรงหน้ายิ้มอย่างพึงพอใจกับผลงานของตน เรียวนิ้วลากผ่านตามลำตัวลงมาจนถึงเชือกที่ผูกรัดชุดคลุมไว้และกระตุกทิ้งให้เชือกคลายออกและยังคงลากผ่านต่อไปเรื่อยๆจนถึงหว่างขา
“อื้ม มม อย่า ..สิ มันจั๊ก.. กะจี้ นะ ..อ๊า าา ” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับนิ้วที่ถูกสอดใส่เข้าไปทางช่องล่างของยองเบและขยับเข้าออกกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย แม้ว่าจิตใจลึกๆจะต้านทานและรับรู้ทุกการกระทำแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองได้อีก นิ้วเรียวของอีกฝ่ายเข้าสอดใส่เพิ่มทีละนิ้วและขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วในขณะที่ริมฝีปากยังคงสาละวนอยู่กับยอดอกสีทับทิมของคนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของ ‘หนูทดลอง’ ได้ที่จึงถอนนิ้วออก ขาเล็กถูกจับแยกและพาดบ่าคนตรงหน้าไว้พร้อมกับแท่งเนื้อที่เข้าไปแทนที่นิ้วจนมิดด้าม
“อ๊าาาา าา .. . อึ่กก อื้อ ออ” เสียงครางกระเส่ายังคงดังเป็นจังหวะทุกครั้งที่ถูกกระแทกใส่ ใบหน้าหวานตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แขนเล็กเหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายไว้และมืออีกข้างเลื่อนลงมาสัมผัสกับแผ่นหลังกว้างและจิกลงระบายความรู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามแรงส่งจากอีกฝ่าย
“อื้ออ ออ เทมป์ .. ตรงนั้น น.. อ๊าา” ยิ่งนานวันเข้ายองเบก็ยิ่งชินชากับการกระทำของอีกฝ่ายซึ่งเทมป์เองก็เช่นกัน เพราะเขาเองก็ใช้ยองเบเป็นตัวทดลองยาตัวใหม่ในแต่ละครั้งที่ได้ออกมาและยังจับจุดอีกฝ่ายได้ ใบหน้าหวานแนบชิดกำแพงในขณะที่ช่องทางส่วนล่างของตนยังคงถูกกระแทกอย่างไร้ความปรานี
“ชอบรุนแรงสินะ จัดให้ครับ” มือใหญ่จับสะโพกเล็กแน่นและซอยแก่นกายเข้าออกถี่จนเกิดเป็นเสียงดัง ความเจ็บปวดและเสียวซ่านส่งผลให้เสียงหวานยังคงดังระงมไม่หยุดหย่อน สะโพกเล็กแอ่นรับอาวุธรักของคนที่เป็นมาสเตอร์ของตน อีกฝ่ายกระแทกอย่างรุนแรงจนสุดท้ายก็ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเข้าสู่ช่องสีหวานนั้นและถอนแก่นกายออก มือเลื่อนไปลูบไล้หว่างขาเล็กกอบกุมเข้าที่ส่วนอ่อนไหวและรูดขึ้นลงอย่างเร็ว
“อ๊ะ ..อึ่กก . จะถึง . แล้ว .. อ๊า าาา าา า ” เสียงหวานร้องขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับน้ำรักที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนเต็มมืออีกฝ่าย ความเจ็บปวดผสมความเหนื่อยล้าที่ได้รับอย่างหนักทำให้ยองเบผลอยหลับไปทันที เทมป์กลับมาเป็นโหมดหน้านิ่งก่อนจะอุ้มร่างเล็กไปวางบนโซฟาและจัดใส่ชุดคลุมให้ยองเบแต่จงใจให้อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเผยให้เห็นร่างกายที่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยรอยที่ชัดเจนจากฝีมือของผู้มาเยือน เมื่อจัดการอีกฝ่ายเสร็จจึงจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะคว้ากระเป๋าและเดินออกไปจากห้องนี้ทันที





แต่ก็แฝงความเลวมากกก เอาไว้เช่นกัน
เชอะ~ ถึงเค้าจะกรี๊ดทอปโซล แต่เรื่องนี้เค้าเชียร์เท็ดซันนะค่ะ ฉะนั้นโป้ไม่มีสิทธิ์ เค้าชอบผูชายอ่อนโยนแบบเท็ดดี้อุปป้าค่ะ อิอิ
จากที่อ่านมามาสเตอร์ต้องรักยองเบแน่ๆเลยอ่ะ ไม่ยอมฆ่าทั้งๆที่ยองเบเกือบจะเปิดเผยความลับ แถมยังลงทุนมากอดถึงบ้าน ยาเยออะไรนั่นข้ออ้างมากกว่าเพราะกลัวยองเบไม่ยอม บอกให้เรียกเทมป์ด้วยเหอะ คิกคิก
นี่ถ้าพี่เท็ดกลับมาจะเป็นยังไงบ้างนะ มาสเตอร์ทิ้งร่อยรอยไว้ด้วย กรี๊ดดด อย่าโกรธยองเบนะค่ะ พี่เท็ด มาสเตอร์ ใช้ยาช่วยและใช้กำลังบังคับ ยองเบปฏิเสธแล้ว หนูเป็นพยายานให้ได้นะค่ะ ^^
ปล.ชอบข้างของเครื่องใช้บ้านยองเบมากกก ไฮเทคสุดๆ ^O^
#1 By Let's go party (124.157.247.104) on 2010-10-28 14:30