[Fiction]The Last Revolver Part 2 + Bonus Lamborghini

posted on 31 Oct 2010 00:24 by namtaniez  in Fiction
Title:: The Last Revolver
Chapter:: 2/?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกัน

ศูนย์บัญชาการลับพิเศษควบคุมความปลอดภัยระหว่างประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

         “มาครบหรือยังน่ะจียอน”   เสียงจากบอสใหญ่ที่ยืนอยู่หัวโต๊ะพูดขึ้นพลางมองนาฬิกาที่ติดผนังอยู่  แม้เวลาจะเลยมาสิบห้านาทีแล้วแต่ก็ยังมีเก้าอี้ว่างอยู่

 

         “ยังค่ะท่านประธานยาง เอ่อ ... ขาดหัวหน้าฮงจุนที่ยังไม่มาค่ะ”   คำตอบของหญิงสาวทำเอาหนุ่มหัวทองที่เป็นเพื่อนสนิทและผู้ช่วยถึงกับนั่งคิ้วขมวด

 

         ‘ไปไหนของมันวะ อุส่าโทรตามแล้วถ้ายังอยู่กับเมียเดี๊ยะพ่อจับเจื๋อนทิ้งเลย’

 

         “ขอโทษที่มาสายครับ”  เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับบุคคลที่ถูกถามหาเดินเข้ามาในห้องและทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆผู้ช่วยของตน

 

         “ไปไหนมาวะ  รออยู่คนเดียวเนี่ย”  แทบินพูดเสียงแผ่วเบากับอีกฝ่ายที่เพิ่งมาใหม่  แต่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตอบจู่ๆก็มีรถเข็นคันหนึ่งที่มีคนนั่งอยู่ถูกมัดด้วยเชือกหนาถูกลากออกมาอยู่หน้าห้องประชุม

 

         “นี่คือบุคคลอีกรายที่อยู่ในบรรดาองค์กรแบล็ค ซึ่งเป็นแก๊งค์เดียวกันกับที่หัวหน้าองค์กรใช้นามแฝงว่าวิค”  ประธานยางกล่าวขึ้นและนำแผ่นข้อมูลที่เหมือนกระดาษวางไว้บนโต๊ะใสทันใดนั้นข้อมูลก็ถูกถ่ายทอดขึ้นสู่จอภาพขนาดใหญ่ทันที

 

         “คนๆนี้บอกว่าตัวเองชื่อคังแดซอง  โชคดีที่นายคนนี้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเราอย่างมาก  คือรายชื่อทั้งหมดของบรรดาลูกสมุนในองค์กรแบล็คทั้งพวกหางแถวและชั้นแนวหน้า”   ทันทีที่พูดจบประธานยางก็เลื่อนมือจากบนโต๊ะและเหวี่ยงใส่จอกลายเป็นรายชื่อทั้งหมดที่ไล่เรียงกันยาว  โดยบางชื่อจะมีเครื่องหมายดาวไว้ข้างหน้าซึ่งมีน้อยชื่อนัก   ประธานยางไล่เปิดรูปใบหน้าและรายชื่อแต่ละคนให้บรรดาลูกน้องทุกคนดูไปเรื่อยๆ  

 

         “โทษนะครับ  ผมขอดูรายชื่อนั้นได้ไหม”  จู่ๆเท็ดดี้ก็สะดุดตากับรายชื่อหนึ่งซึ่งเป็นดาวสองดาวแต่ดูแล้วไม่ใช่ชื่อเต็มหากแต่เหมือนเป็นนามแฝงซะมากกว่า

 

         “บุคคลพิเศษ  นักฆ่ามือหนึ่งที่ถนัดด้านการใช้ยาพิษและปืนสั้น,คนสนิทของหัวหน้าองค์กรแบล็คและหนูทดลองยา  ชื่อในองค์กร:: แทยัง , ชื่อจริง:: ทงยองเบ”   พอมาถึงตรงนี้เท็ดดี้ถึงกับช็อก  สมองที่กำลังประมวลผลพยายามคิดว่ามันไม่ใช่ความจริงหากแต่รูปใบหน้าที่ปรากฏบนจอทำให้ยากที่จะไม่เชื่อว่านี่คือความจริงที่เขาต้องยอมรับ  จู่ๆเท็ดดี้ก็ลุกพรวดพราดและวิ่งเข้าไปเหวี่ยงหมัดขวาเข้าที่ใบหน้าของคนที่ถูกมัดอยู่จนหน้าหันไปตามแรงหมัด

 

         “ไอ้เท็ด!! // ไม่จริง!!   แกให้ข้อมูลผิด  ยองเบไม่มีทางเป็นไปได้ถึงขนาดนี้หรอก  แกมันไอ้คนโกหก!!!!”   เท็ดดี้ที่ทำท่าจะเหวี่ยงหมัดและเท้าอีกรอบก็ถูกแทบินเข้ามาล็อกไว้ได้ทัน

 

         “ผมไม่ได้โกหก  สิ่งที่ผมให้คือความจริงที่ผมรู้และได้มา  จะรีบถามอะไรก็ถามมาเพราะตอนนี้มาสเตอร์ไม่ได้อยู่หน้าเครื่องสั่งการที่จะสั่งระเบิดสมองผมได้”   คนที่ถูกชกตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  เท็ดดี้ที่พยายามจะต่อยและถีบก็ถูกแทบินล็อคไว้ไม่ยอมปล่อยและบอกให้ใจเย็นลง

 

         “ยาที่องค์กรพวกนายผลิต  มันคือยาอะไร ทำไมต้องมีหนูทดลอง”  แทบินที่เห็นว่าเท็ดดี้สงบอารมณ์แล้วจึงเอ่ยถามแทน

 

         “หลายอย่าง  ส่วนใหญ่ก็พวกยาเสพติดกับยาปลุก......  เอาง่ายๆก็ยาปลุกเซ็กส์นั่นแหละ”   น้ำเสียงที่ตอบกลับมายังคงราบเรียบเช่นเคย

 

         “แล้ว....  นายจะบอกว่ายองเบคือหนูทดลองยาเหล่านี้?”    น้ำเสียงของแทบินที่เริ่มไม่ปกติเพราะความหวาดกลัวแทนเพื่อนตัวเองและแทนยองเบ

 

         “พี่ยองเบเป็นคนที่ตอบสนองต่อความรู้สึกไวและตื่นตัวง่าย  ดังนั้นพี่ยองเบจึงเหมือนหนูตัวโปรดที่ใช้ทดลองยา  แต่ดีไม่ดีคงมียาตกค้างในร่างกายไว้เยอะอยู่ทีเดียว”   บุคคลที่นั่งนิ่งร่ายยาวราวกับท่องมาเป็นบทท่องจำ

 

         “แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน!!  มันทำอะไรยองเบ”  เท็ดดี้ที่ดูท่าจะเดือดอีกครั้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

 

         “ช่วงนี้มีตัวยาใหม่  คงจะออกไปหาหนูทดลองและอาจจะทำการทดลองอยู่ก็ได้  เดี๋ยวนะ? พวกคุณรู้จักพี่ยองเบหรือไงกัน?”   แม้ว่าจะมีคำถามแต่ทุกคนก็ไม่สนใจ เมื่อได้รับคำตอบเท็ดดี้รีบประมวลผลในสมองอย่างรวดเร็วทำให้รู้ได้ถึงว่าอันตรายกำลังมาจึงรีบสะบัดแทบินออกและวิ่งออกจากห้องไปทันที

 

         “เฮ้ยเท็ด...  เดี๋ยวผมตามไปเองครับท่านประธาน  เบ็คคยองนายกับจินฮวานช่วยเค้นข้อมูล  จียอนเธอเป็นคนจดรายละเอียด  เอาให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เดี๋ยวผมกลับมาครับ”  แทบินที่เห็นอีกฝ่ายวิ่งออกไปจึงรีบบอกทุกคนและวิ่งตามไปทันที

 

 

                                     ...................................

 

 

 

กลับมาที่อพาร์ตเมนท์เดิม

 

 

         “บ้าเอ้ย!!”  ลัมโบกีนีเรเบนตันเลี้ยวเข้าที่จอดรถที่เป็นจุดประจำข้างๆเบนท์ลีย์คันเดิม   ร่างสูงดับเครื่องยนต์เรียบร้อยก็ลงมาจากรถและไม่ลืมที่จะล็อครถ  สองขารีบทำการวิ่งตรงไปยังหน้าลิฟต์ผ่านหน้าฟรอนท์ต้อนรับต่างๆ  นิ้วกดปุ่มขึ้นรัวอย่างใจร้อน เมื่อลิฟต์มาถึงก็รีบขึ้นและกดปิดรัวโดยที่ไม่ลืมกดหมายเลขชั้น 24 ด้วย

 

         ‘บ้าเอ้ย  ยองเบคงไม่เป็นไรนะ’  เท็ดดี้คิดในใจอย่างร้อนรนและเมื่อลิฟต์เปิดที่ชั้นเป้าหมายก็รีบวิ่งมาถึงหน้าห้องทำการสแกนลายนิ้วมือเข้าไปห้องอีกฝ่ายทันทีโดยที่ประตูยังคงไม่ได้ปิด

 

         “ยองเบ!!”   เท็ดดี้วิ่งเข้าไปประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่งบนโซฟา   พลันสายตาเห็นชุดคลุมที่ถูกห่อหุ้มร่างกายแบบลวกๆ  ร่างกายของคนตัวเล็กเต็มไปด้วยร่องรอยที่ถูกกระทำรวมถึงคราบน้ำที่ยังคงเปรอะเปื้อนตามตัวและหว่างขา  มือที่ว่างเปล่าข้างหนึ่งกำเข้าหากันอย่างหนาแน่น  ภาพคนที่เขารักที่ถูกกระทำย่ำยีตรงหน้าทำให้ความโกรธแค้นและโมโหเข้าถาโถมสู่อีกฝ่ายทันที

 

         “พี่เท็ด...” ยองเบเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาทำให้เจ้าของชื่อรู้สึกตัว   ใบหน้าหวานที่มีคราบน้ำตาแห้งๆอยู่เต็มใบหน้ายิ่งทำให้ความโกรธมันเพิ่มในตัวร่างสูงเข้าไปอีก

 

         “ผม... // ช่างมันเถอะยองเบ  พี่รู้หมดแล้ว  ไม่ต้องกลัวนะครับ”  เท็ดดี้เขยิบอีกฝ่ายให้นั่งเข้ามาใกล้ๆและโอบไหล่ไว้  สักพักร่างเล็กก็โผเข้ากอดซบไว้และร้องไห้ออกมา

 

         “ไม่เอานะคนเก่ง  ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้องนะ”  เท็ดดี้ได้แต่ลูบหัวและหลังปลอบประโลมอีกฝ่ายไว้  แม้ในใจจะเดือดร้อนรนอย่างหนักแต่ก็ทำได้เพียงแค่นั่งปลอบคนๆนี้ไปก่อนเท่านั้น  เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงสงบสติและอารมณ์ตัวเองให้เย็นลงและอยู่กับคนตรงหน้าเท่านั้น 

 

         “เฮ้ยเท็ด  เท็ด!!” อีกเสียงหนึ่งซึ่งเป็นคนวิ่งตามเท็ดดี้มาได้เรียกหาเจ้าของชื่อแต่เมื่อเห็นสองคนอยู่ด้วยกันจึงเดินเข้ามาในห้องโดยที่ไม่ลืมปิดประตูและเดินมานั่งข้างๆเท็ดดี้ที่นั่งอยู่

 

         “ยองเบ...”  แทบินที่เหมือนจะเอ่ยปากถามแต่เมื่อเห็นสีหน้าเท็ดดี้ที่หันมาห้ามจึงเงียบลงทันที

 

         “ไม่เป็นไรนะเด็กน้อย  อย่าร้องนะครับๆ”  เท็ดดี้ลูบหัวร่างเล็กในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการปลอบอีกฝ่ายที่ค่อยๆหยุดร้อง

 

         “อย่าร้องน่ายองเบ  เดี๋ยวไม่สวยเท็ดดี้ไปมีเมียใหม่ยุ่งเลย”  สิ้นเสียงแทบินเท็ดดี้ก็หันขวับมามองด้วยสายตาอาฆาตทำเอาเจ้าของคำพูดถึงกับเสียวสันหลังวาบ   แต่จู่ๆเสียงหัวเราะเล็กๆในลำคอของคนที่เพิ่งหยุดร้องไห้พร้อมกับคำพูดสองพยางค์ที่ออกมา

 

         “バッカ” [bakka = คนบ้า]

 

         “โหยองเบ  คำนี้พูดติดปากจนพี่จำได้แล้วเนี่ย  เอาน่าาา  ร้องมากๆตาบวมหน้าช้ำดูไม่ดีไม่สวยไม่น่ารักเจ้าเท็ดดี้มันฟันแล้วทิ้งเดี๋ยวจะยุ่ง”  พูดจบปุ๊บทำให้เท็ดดี้จับยองเบให้นั่งพิงโซฟาดีๆและลุกขึ้นคร่อมเพื่อนสนิทตัวเองไว้  ต่อจากนั้นแทบินก็ถูกมือหนาเข้ามาบีบคอจนแน่นทันที

 

         “ไอ้เพื่อนบ้าาา  พูดอะไรออกมาวะ!! ไปตายซร้า~~~~~~!!!!!!”  เท็ดดี้ตะคอกใส่หน้าแล้วทำการเขย่าคออีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนหัวแทบหลุดจากบ่าเลยทีเดียว

 

         “แอ่กก...  ยองเบ๊~~ ไม่คิด.. จะลา กก. . สามีนาย .. ออกไปหน่อยเร๊อออออ”   แทบินร้องโอดครวญและพยายามแกะมือเท็ดดี้ออกแต่ก็ยังไม่เป็นผล

 

         “เชิญพี่ๆทั้งสองฟาดฟันกันตามสบายเหอะครับ  บ๊ายบายนะพี่แทบินนน ขอให้มีชีวิตรอดกลับมา ฮ่าๆๆๆๆ”  พูดจบร่างเล็กก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างหนักและดิ้นพราดๆพลางกุมท้องไปด้วย   แต่เพราะแบบนั้นทำให้เท็ดดี้หันไปมองอีกฝ่ายที่กำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขผิดกับเมื่อครู่  ขณะที่สายตายังมองร่างเล็กเพลินจู่ๆลูกถีบหนักก็ถูกส่งเข้ากลางท้องอย่างจังจนจุกและตกโซฟาลงไปนอนกับพื้นทันที

 

         “พี่เท๊ดดดดดดดด // ไปดีกว่า  อยู่แถวนี้เดี๋ยวจะกลายเป็น ‘กขค.’ ของใครบางคน ระวังสามีหนีไปมีภรรยาเล็กๆน้อยๆนะยองเบ  โชคดีๆ”  พูดจบแทบินก็ระเบิดหัวเราะทิ้งท้ายแล้วเดินหนีออกไปทันที

 

         “เป็นอะไรมั๊ยเนี่ย”   ยองเบก้มหน้าไปดูใกล้ๆอีกฝ่ายที่นอนกุมท้องอยู่กับพื้น  ทันใดนั้นเรียวปากเล็กก็ถูกขโมยจูบและผละออกอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

 

         “เป็นห่วงนายไง ถึงได้รีบมาหา”  คำพูดของคนที่นอนอยู่บนพื้นทำเอาอีกฝ่ายยิ้มน้อยๆออกมากึ่งเสียใจและดีใจ  แน่นอนว่าเสียใจที่อีกฝ่ายรับรู้ความจริงอันน่ารังเกียจ   แต่ก็ดีใจลึกๆที่อย่างน้อยเขาก็เป็นคนสำคัญมากพอที่ทำให้คนตรงหน้าเป็นห่วงตัวเขา

 

         “ยังไงก็รักเราละเด็กน้อย  พี่เชื่อใจเราเสมอ  และจะดูแลเราเองนะ”   ร่างที่นอนอยู่บนพื้นพูดขึ้นและยิ้มตอบกลับให้  ร่างเล็กที่ยิ้มอยู่จู่ๆก็คว้าหมอนจากโซฟาแล้วฟาดเต็มหน้าอีกฝ่ายทันที

 

         “แล้วเมื่อกี้ใครใช้ให้มาจูบห๊ะพี่บ้า!!  ไปอาบน้ำอีกรอบดีกว่า”  ยองเบทำหน้ามุ่ยแล้วลุกขึ้นยืนเดินหนีอีกฝ่ายไปทันที เขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบชุดและผ้าเช็ดตัวเตรียมไว้  แต่เมื่อเดินมาถึงห้องน้ำแผ่นหลังของร่างเล็กก็ถูกผลักเพื่อให้เดินเข้าไปข้างในก่อนที่คนตัวโตกว่าจะตามเข้ามาและล็อกประตูทันทีทำให้ยองเบหันไปมอง

 

         “มานี่! เดี๋ยวอาบน้ำให้” สิ้นเสียงปุ๊บก็เดินไปหาคนตัวเล็กเพื่อคว้าและทำการถอดชุดคลุมให้อย่างรวดเร็วจนร่างเล็กได้แต่ยืนนิ่ง

 

         “ถ้าพี่อาบน้ำให้ผม... ชุดพี่ตอนนี้ก็เปียกสิ”  เสียงของยองเบแผ่วเบาเมื่อถูกอุ้มขึ้นและถูกปล่อยให้ยืนในอ่างอาบน้ำ  เท็ดดี้ไม่พูดอะไรกลับจับร่างเล็กให้ยืนหันหลัง  มือเอื้อมไปเปิดฝักบัวและถือคอยทำความสะอาดให้ราวกับเห็นคนตรงหน้าเป็นเด็กน้อยจนเห็นว่าร่างตรงหน้าเปียกน้ำแล้วจึงปิดน้ำกับวางฝักบัวไว้  แขนโอบกอดคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้ๆตัวเองก่อนจะใช้นิ้วสอดเข้าข้างใต้เพื่อเกลี่ยทำความสะอาด

 

         “พะ... พี่เท็ด ดด  .. ตรงนั้น ผมทำเอง.. ได้”  เสียงสั่นครือออกมาจากกลีบปากเล็กได้รูปแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจยังคงทำความสะอาดให้ต่อไป  ยิ่งถูกสอดเข้าไปลึกขึ้นเท่าไหร่ยองเบยิ่งมีปฏิกิริยามากขึ้นเท่านั้น  ใบหน้าเล็กเริ่มมีสีเลือดขึ้นทีละน้อยรวมถึงร่างกายที่เริ่มสั่นทำให้ร่างสูงยิ้มออกมา

 

         “เป็นอะไรไปตัวเล็ก พี่กำลังทำความสะอาดอยู่นะ  ของเดิมๆน่ะต้องเอาออกให้หมด  เพราะนายต้องเป็นของพี่คนเดียว  เข้าใจไหม”  เท็ดดี้ล้างคราบเก่าออกและเปิดน้ำล้างนิ้วจนหมด  แต่ด้วยความที่อยากแกล้งจึงขบเข้าใบหูเล็กหลายๆทีรวมถึงนิ้วที่สอดใส่เข้าไปแต่เป็นการกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย  จนสุดท้ายเสียงครางเริ่มออกมารวมถึงสะโพกเล็กที่ขยับขึ้นลงเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจน  เท็ดดี้จึงถอนนิ้วออกจากช่องสีหวานข้างล่างนั่นก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหูเล็กไล้ขบเม้มลงมาตามคอราวกับเป็นการชะล้างรอยเก่าไม่ให้

 

         “อื้ออ  .. ช่วยผม น..นะ  อ๊าา า”  เมื่ออยากแกล้งแต่กลับกลายเป็นตัวเองที่ทนไม่ไหว  ทำให้อดไม่ได้ที่จะเร่งเร้าและรุนแรงขึ้น  จนเมื่อพอใจร่างสูงจึงจับให้คนตัวเล็กหันมาหาตนพร้อมกับปลดกางเกงตัวเองออกและโยนออกไปบนพื้นนอกอ่างอาบน้ำ  แผ่นหลังเล็กถูกผลักติดกำแพงก่อนที่ขาจะถูกยกขึ้นแยกออกให้เกี่ยวเอวอีกฝ่ายไว้และอาวุธรักถูกสอดใส่เข้าแทนที่ทันที

 

         “อ๊า า .. อืออ  นั่นแหละ ..  อื้มม มม”  แขนเล็กโอบเข้ารอบคอร่างสูง ร่างกายขยับไปตามแรงกระแทกที่ถูกส่งเข้ามาตามความต้องการอีกฝ่าย  ยิ่งอีกฝ่ายแนบชิดซุกไซร้ลำคอตนเองอย่างรุนแรงยิ่งเรียกเสียงครางหวานหูได้มากขึ้น  สะโพกสองฝ่ายถูกแนบชิดกันรวมถึงแก่นกายที่กดเข้าไปจนลึกและกระแทกอย่างรุนแรง

 

         “อาา.. นายนี่มันจริงๆเลยนะ  อื้ม มม”  เท็ดดี้ครางเสียงต่ำออกมา  มือหนาจับขาเล็กสองข้างพาดไหล่ตัวเองไว้และดันแท่งเนื้อของตนเข้าไปจนมิดทำให้ยองเบที่เหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายไว้อยู่ต้องเปลี่ยนเป็นจิกเล็บและขยำเสื้อสูทคนตรงหน้าอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ที่คุกกรุ่นจนแทบจะระเบิดออกมา  สะโพกเล็กแอ่นรับเป็นจังหวะตอบสนองความต้องการตนเองมากขึ้นยิ่งทำให้อีกฝ่ายซอยถี่เพิ่มความเร็วแต่กลับนุ่มนวลราวกับเป็นจังหวะที่ต่อกัน

 

         “อื้อ ออ.. ไม่ วะ.. ไหวแล้วน้าา าาา ~ ~~”  เสียงหวานร้องขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยความต้องการออกมาจนเลอะเต็ม  เท็ดดี้กระแทกอีกไม่กี่ครั้งจากนั้นน้ำรักก็ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายคนตัวเล็กจนเต็ม  เมื่อถอนแก่นกายออกทำให้น้ำรักที่เต็มไหลย้อนออกมาหยดปะปนกับหยดน้ำ  ใบหน้าที่น่ารักตอนนี้แดงก่ำและอาการหายใจเหนื่อยหอบรวมถึงร่างที่ยังคงกอดทำให้เขาหัวเราะและยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู  เขาค่อยๆผละออกและจับขาวางลงเพื่อจะให้ยืนดีๆแต่เพราะความเหนื่อยอ่อนสะสมทำให้ยองเบทรงตัวไม่อยู่จึงต้องเกาะไหล่ร่างสูงไว้   เท็ดดี้จัดการอาบน้ำทำความสะอาดให้ร่างเล็กและส่วนล่างของตัวเองที่เปรอะเปื้อนจนหมดจากนั้นจึงให้ร่างเล็กนั่งลงตรงขอบอ่างเพื่อที่ตัวเองจะได้ใส่กางเกงให้เรียบร้อยแล้วจึงหยิบชุดนอนกลับมาแต่งตัวให้และช้อนอีกฝ่ายอุ้มไว้  เท็ดดี้เดินมาจนถึงห้องนอนอีกฝ่ายและจัดการวางลง  ขณะที่กำลังหันหลังเดินกลับกับถูกดึงมือไว้ทำให้ต้องหันไปมอง

 

         “ผม.. อยากไปนอนห้องพี่ .. และพี่ต้องนอนกอดผมด้วย  ได้มั๊ยฮะ?”  ยองเบถามด้วยสายตาเว้าวอนทำให้เท็ดดี้อดยิ้มไม่ได้  สำหรับเขาคนตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กตัวน้อยๆที่เปราะบางต้องการคนดูแลและเขาเองก็คือคนที่จะดูแลอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ  เท็ดดี้ช้อนยองเบอุ้มขึ้นอีกรอบ  แต่คราวนี้กลับเดินออกมาจากห้องอีกฝ่ายและข้ามไปห้องตรงข้ามที่เยื้องไปนิดเดียวซึ่งเป็นห้องของตัวเอง  ขาสองข้างค่อยๆสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนตัวเองอย่างไม่รีบร้อนและจัดการวางอีกฝ่ายลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา  เรียวปากหนาประทับลงบนหน้าผากคนตัวเล็กก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

 

         “พี่ไปอาบน้ำอีกรอบก่อนนะครับ  สัญญาว่าจะกลับมานอนกอดเรา  เหนื่อยก็นอนหลับพักซะนะ  เบ้น้อยของพี่ ^ ^”

 

 

 

                                    .......................................

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

 

         “โธ่เว้ย!!!!!”   เสียงสบถดังลั่นพร้อมกับข้าวของที่ถูกปัดและเหวี่ยงทำลายจนกระจายเต็มห้อง  หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพบุคคลที่ในอ้อมกอดมีคนโปรดของตนอยู่ในสภาพที่ยิ้มอย่างมีความสุขทั้งคู่ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก  แก้วไวน์ที่เคยดื่มกลับถูกบีบจนแตกและทิ่มแทงมือจนหยดโลหิตสีแดงไหลเป็นทางแต่เขาก็หาได้สนใจความเจ็บปวดนั้นไม่  ตอนนี้กลับมีแต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกอย่างเต็มเปี่ยมมากกว่า

 

         “เป็นอะไรไปล่ะฮึ ...  มาสเตอร์คนเก่ง”   น้ำเสียงเข้มดุเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆภายใต้ความมืด  บุคคลที่เดินมาตรงหน้ายิ่งทำให้เจ้าตัวที่ถูกเรียกหงุดหงิดเข้าไปอีก

 

         “คุณก็น่าจะรู้ว่าเรื่องเดียวที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ได้  มันเรื่องอะไร”  น้ำเสียงกระชากห้วนๆตอบกลับไปอย่างไม่สนใจไยดี  ทำให้อีกฝ่ายที่มาเยือนกระตุกยิ้มขึ้นมา

 

         “หึ! ก็แค่ทนเห็นพี่ชายตัวเองมีความสุขไม่ได้ก็แค่นั้น”  คำพูดกวนประสาทแต่แทงใจดำเข้าทำให้คนที่ถูกเรียกว่ามาสเตอร์หันมาตาขวางใส่

 

         “มันไม่ใช่พี่ชายผม!!!!! ผมไม่มีทางนับถือมันเป็นพี่ชายเด็ดขาด  มันแย่งทุกอย่างไปจากผม  ทั้งครอบครัว ทั้งความรักจากผู้คนรอบข้าง  ไอ้บ้านั่นมันแย่งไปจากผมทั้งนั้น  ผมเกลียดมัน!!!! เกลียดไอ้เวรนั่น  ทำไมทุกคนต้องเห็นมันดีไปหมด  รวมถึงยองเบด้วย  ทำไมถึงต้องรักไอ้หมอนั่น  ไอ้บ้าฮงจุนเอ้ยย!!”  พูดจบก็หยิบขวดไวน์เขวี้ยงลงพื้นระบายอารมณ์โกรธจนแตกกระจายเต็มไปหมด  ความโกรธอาฆาตแค้นถูกสุมไว้ในอกตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย  ด้วยความที่เขาเป็นลูกแท้ๆของตระกูลชเว เมื่อคุณชายและคุณหญิงตระกูลปาร์คได้สิ้นใจ คุณนายชเวจึงรับเด็กคนนึงซึ่งเป็นเด็กชายตระกูลปาร์คมาเลี้ยงไว้  แต่ด้วยความที่ถูกอบรมสั่งสอนมาดีทำให้เด็กชายเป็นที่เอ็นดูของบ้านชเว  รวมถึงทั้งด้านการเรียนที่โดดเด่นยิ่งทำให้คุณนายชเวปลื้มเด็กคนนี้เข้าไปอีก 

 

         เมื่อทั้งบ้านให้ความใส่ใจเด็กชายฮงจุนมากขึ้นทำให้ลูกชายตระกูลชเวตัวจริงดูโดดเดี่ยว  จนกลายเป็นเด็กเกเรมีปัญหาสร้างความปวดหัวให้กับคนที่บ้านประจำ  ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งหนักทั้งติดเหล้าติดหญิงเที่ยวเสเพลไม่เรียนหนังสือ  กลายเป็นว่าทั้งบ้านจึงเหมือนกับว่าแค่เลี้ยงส่งๆไปงั้นๆซึ่งตรงกันข้ามกับฮงจุนหรือเท็ดดี้ที่นับวันโตขึ้นก็ยิ่งมีการงานที่ดี  จนความแตกแยกของทั้งสองมาถึงเมื่อเท็ดดี้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าศูนย์บัญชาการลับพิเศษควบคุมความปลอดภัยระหว่างประเทศ  ในขณะที่เทมป์นั้นกลับกลายเป็นนักฆ่ามือหนึ่งภายใต้นามแฝงว่าวิคอยู่กับองค์กรแบล็คซึ่งเป็นกลุ่มผู้ร้ายที่สร้างความวุ่นวาย  ดังนั้นด้วยความแตกต่างทำให้เทมป์หนีออกจากบ้านมารวมถึงตอนนั้นเทมป์ได้กลายเป็นมาสเตอร์ผู้คอยควบคุมลูกน้องทั้งหลายจึงเหมือนกับว่าก้าวเข้าเส้นทางนี้อย่างเต็มตัว   ทั้งคู่ไม่ได้พบกันอีกจนเทมป์แทบจะลืมอีกฝ่ายไปแล้ว จนกระทั่งยองเบซึ่งถูกลากเข้ามาอยู่ในวงการนี้และกล้องที่ติดอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในที่พักของยองเบทำให้เห็นคนที่ตัวเองเกลียดนักเกลียดหนาอีกครั้ง  เทมป์จึงคิดจะใช้ยองเบเป็นเครื่องมือในการเอาคืนเท็ดดี้หากแต่ว่า...

 

         “หลงเด็กคนนั้นสินะ   นายน่ะ  หลงยองเบเข้าแล้วสินะนายวิค”  คำพูดของอีกฝ่ายทำเอามาสเตอร์วิคหรือเทมป์สงบลง  ดวงตาที่เกรี้ยวกราดค่อยๆเปลี่ยนไป

 

         “ยองเบ... เป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่น  ทุกวันนี้ยิ่งสัมผัสผมก็ยิ่งอยากเอามาเป็นเจ้าของ  ใช่!!  ผมคงหลงเด็กนั่นไปแล้ว  หัวหน้าจะให้ผมทำไง”  สิ้นเสียงคนที่เป็นหัวหน้าใหญ่จึงหยิบกระดาษโน๊ตและปากกามาเขียนไว้ก่อนจะฉีกวางไว้บนโต๊ะข้างๆตัวอีกฝ่ายแล้วเดินหันหลังจากไป  เทมป์หยิบมันขึ้นมาอ่านก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

 

         ‘ถ้าอยากได้นัก  ก็ไปเอามาซะสิ’

 

 

 

                                    .................................

 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

 

         “งืมมมม”  ร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ลืมตาขึ้นพร้อมกับทำท่าจะลุกแต่ก็ไม่สามารถลุกได้เพราะพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของอีกคนที่เขาเองเป็นคนสั่งให้มานอนกอด  ยองเบพลิกตัวหันไปมองอีกฝ่ายที่กำลังนอนหลับอยู่  ยิ่งมองร่างเล็กก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา  มือเล็กทำท่าจะยกแขนอีกฝ่ายออกไปแต่กลับไม่ได้ผลหนำซ้ำตัวเองยังถูกกอดแน่นกว่าเดิม

 

         ‘คนบ้า  บอกให้นอนกอดแต่ไม่ได้ให้กอดแน่นขนาดนี้นะ!’

 

         “เฮ้ออ .. กอดแน่นขนาดนี้จะลุกยังไงดีเนี่ย”  ยองเบพึมพำเบาๆเมื่อเห็นว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้  จึงนอนซุกตัวแนบกับร่างสูงและหลับตาลงแต่ยังคงตื่นอยู่

 

         “นอนนิ่งเลยนะ  เด็กน้อย”  เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้ยองเบเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังยิ้มให้

 

         “พี่บ้า! ปล่อยเลยนะจะลุกแล้ว”  ร่างเล็กพูดพร้อมกับทุบเข้าที่แผงอกอีกฝ่ายเพื่อจะให้ปล่อยแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกกอดแน่นขึ้น

 

         “ทำไมละครับ  พี่ชอบตอนนายนอนนี่นา  น่ารักดี”  พูดจบก็ผลักร่างเล็กให้นอนหงายราบแล้วขึ้นคร่อมทันที  ใบหน้าที่อยู่ห่างกันไม่กี่เซ็นทำให้สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน  เรียวปากหนาเตรียมก้มประทับรอยจูบแต่กลับถูกนิ้วเล็กยกขึ้นแตะไว้พร้อมกับใบหน้าข้างใต้ที่ส่ายไปมาเบาๆ   เท็ดดี้ยิ้มออกมาและจับนิ้วอีกฝ่ายออกพร้อมกับเปลี่ยนเป้าหมายที่จะประทับจุมพิตเป็นซอกคอของร่างเล็กแทน

 

         “พี่อ๊า า  ตื่นมาก็จะหื่นใส่ผมเลยหรือไงเนี่ย”  แม้ปากจะบ่นแต่แขนกลับโอบกอดแผ่นหลังกว้างรวมถึงมืออีกข้างที่กดหัวอีกฝ่ายให้แนบชิดยิ่งขึ้น

 

         “เด็กน้อย  ยั่วแบบนี้พี่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะครับ”  เท็ดดี้กระซิบเข้าข้างหูแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นถูกเป่าเข้าที่หูเล็กเบาๆก่อนจะขบเม้มด้วยความเอ็นดูทำให้คนข้างใต้หัวเราะออกมา

 

         “พี่อ๊ะ ปล่อยผมเลยย จั๊กกะจี้น้าา”  ยองเบลากเสียงหวานยาวๆ  เมื่อผละออกก็เห็นใบหน้าเล็กส่งสายตาออดอ้อนทำให้ยิ้มออกมา

 

 

         #เท็ดเอ้ยยย เปิดประตูหน่อยว้อยยย  กูกับจินฮวานมีเรื่องจะคุยด้วย  เรื่องงานนะมึงง  กูรู้ว่ามึงตื่นแล้วเพราะงั้นเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะว้อยไอ้หมีควายยย#

 

 

         “ไอ่เวรกุชชี่  มาไม่เคยเป็นเวลาเลยจริงๆ”  เท็ดดี้ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเมื่อได้ยินเสียงที่พูดผ่านลำโพงหน้าห้องดังเข้ามาถึงข้างใน  เขาผละออกจากร่างเล็กและเตรียมเดินออกไปเปิดประตูให้

 

         “พี่เท็ดดี้!!”  เสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง  จู่ๆร่างเล็กก็วิ่งมาจูบอย่างรุนแรงจนแทบไม่ทันตั้งตัวแถมแขนเล็กยังโอบคอร่างสูงให้โน้มลงมาด้วย  แต่พอเท็ดดี้กำลังจะกดจูบหนักขึ้นยองเบก็รีบผละออกก่อนจะยิ้ม

 

         “รีบไปเปิดประตูให้พี่แทบินสิฮะ”  ยองเบผละออกแล้วกระโดดหอมแก้มอีกฝ่าย  เท็ดดี้หัวเราะให้กับท่าทางของยองเบจึงจับมือเล็กและประทับรอยจูบลงบนหลังมือเบาๆก่อนจะผละออกแล้วรีบเดินไปเปิดประตูอีกที

 

         “ทำไมเปิดช้าจังวะไอ้... อ่าว ยองเบ”  ขณะที่แทบินกำลังอ้าปากด่าจู่ๆก็หันไปเห็นยองเบที่อยู่ในสภาพชุดนอนซึ่งก็คือเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางๆและบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วแทบินจึงยิ้มออกมา

 

         “อะไรวะ  เดี๋ยวนี้ถึงขั้นขนาดต้องเอาเมียมานอนกกไว้ในห้องตัวเองเลยเหรอวะเท็ด  แล้วดูสภาพเมียนายดี๊  โทรมขนาดนี้สงสัยคงจะหื่นใส่เมียแหงๆ”   พูดจบก็ระเบิดหัวเราะออกมาแต่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกจินฮวานถีบเข้ากลางหลังจนแทบจะล้มหน้าฟาดพื้นด้วยความหมั่นไส้และรำคาญก่อนที่จะปิดประตูลงทันที  หนุ่มหน้าสวยเดินเข้าไปนั่งโซฟากลางห้องพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลบางๆโยนลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าทันที

 

         “พูดมากน่ารำคาญว่ะแดนนี่  ยองเบยังไงนายช่วยกลับไปที่ห้องก่อนนะ  พี่กับไอ้บ้าแว่นมีเรื่องงานจะคุยกับเท็ดมันน่ะ”  พูดจบปุ๊บยองเบก็พยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากห้องเท็ดดี้ทันที  รอจนมั่นใจว่ายองเบเข้าห้องตัวเองไปแล้วจึงเริ่มเปิดประเด็นสนทนานี้ทันที

 

         “เท็ดดี้  เมื่อคืนนี้เราได้รับซองจดหมายสีน้ำตาลซึ่งก็คือซองนี้  มันจ่าหน้าซองถึงนายแต่ว่าไม่มีชื่อผู้ส่ง  เขียนมาแค่อย่างเดียวคือ ‘องค์กรแบล็ค’”  พอจินฮวานพูดจบเท็ดดี้ถึงกับรีบคว้าซองกระดาษออกมาฉีกเปิดทันที  ข้างในเป็นแผ่นซีดีที่ใส่กล่องใสมาอย่างเรียบร้อยสร้างความฉงนให้กับเจ้าตัวยิ่งนัก

 

         “ชั้นลองเปิดดูแล้ว  มันไม่มีไวรัสหรืออะไรทั้งนั้น  หากแต่ว่าในนั้นมันเหมือนคนๆนึงต้องการพูดกับนายและก็เรื่องนี้เกี่ยวกับยองเบด้วย  ชั้นอยากให้นายเปิดดูเองตอนนี้  นายเป็นคนเดียวที่พอจะรู้เรื่องและอาจจะตอบคำถามได้ว่าคนในนั้นคือใคร”  จินฮวานคว้าแผ่นกลับก่อนที่จะเดินไปเปิดเครื่องเล่นดีวีดีและใส่แผ่นเข้าไปรวมถึงเปิดทีวีด้วย   เมื่อเปิดปุ๊บใบหน้าที่เป็นคนคอยพูดต่างๆมันคุ้นเคยมากและเท็ดดี้เองก็จำได้ว่าคนๆนี้คือใคร

 

 

         “ว่าไง ‘พี่ชาย’ของผม  ไม่เจอกันนาน  จำผมได้มั๊ย? ใกล้ตายหรือยัง?  เอาเถอะๆ  ผมก็แค่ ‘คิดถึง’ คนกันเองอย่างเราๆอะนะ  แต่เผอิญว่าผมคิดถึง ‘เมียพี่’ มากกว่าซะอีก.. ยองเบไงล่ะ  ฮ่าๆๆ”  ภาพหน้าจอฉายให้เห็นอดีตน้องชายตนเองที่หายไปกำลังพูดถึงตนเองและคนที่ตนเองรัก

 

         ‘เดี๋ยว?  รู้จักยองเบด้วยเหรอ?’

 

         “ทำไมผมจะไม่รู้จักยองเบล่ะ  ก็ผมเนี่ยแหละมาสเตอร์ตัวแสบที่ทำให้พี่ปวดหัวเรื่องยองเบไงล่ะ  จะว่าไป... พี่เข้าใจเลือกดีนี่  หน้าตาเวลายองเบโดนยาหรือถูกปลุกขึ้นมา  ยิ่งเสียงหวานเนี่ยและลีลาเนี่ย  มันเร้าใจดีนะครับ  ว่ามั๊ย”  มาถึงตรงนี้เท็ดดี้ถึงกับตาสว่าง  มือที่ว่างสองข้างกำเข้าหากันจนแทบจะจิกมือตัวเองด้วยความโกรธ  ในเมื่อคนที่ย่ำยีคนรักของเขากลับเป็นคนที่เขายังคงตามหาตัวอยู่เพื่อจะให้กลับมาเป็นน้องตัวเองอีกครั้ง

 

         “เอาเป็นว่า...  พักเรื่องของเมียพี่ เอ๊ะ ถ้างั้นก็ต้องเป็นเมียผมด้วยสิ  ช่างมันๆพักไว้ก่อน  เอาเป็นว่าผมขอเตือน  ถ้าทางพี่ยังคอยยุ่งกับทางองค์กร  ผมไม่รับประกันความปลอดภัยของยองเบนะ  ยิ่งช่วงนี้ผมรู้สึกอยากได้ยองเบมาเป็นของตัวเองซะด้วย  ระวังไว้ก็ดีนะ  เพราะอย่าลืม  ‘ผมควบคุมยองเบได้’  พี่เป็นหัวหน้านี่  ก็แค่สั่งลูกน้องไปว่าอย่ายุ่งกับเรื่ององค์กรแบล็คเป็นพอ  ‘ถ้าพี่ยังรักยองเบอยู่’  ว้าาา  เวลาผมหมดซะละ  เอาเป็นว่าผมเตือนแล้วนะ  เพราะถ้าพี่ไม่ทำตาม  ‘ทุกคนที่พี่รู้จักจะหายไป’”   จบประโยคสุดท้ายหน้าจอทีวีก็กลับกลายเป็นสีดำเนื่องจากวีดิโอหยุดการทำงาน  เท็ดดี้เอนหลังพิงโซฟาพร้อมกับถอนหายใจแรงๆออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน   ดวงตาปิดลงราวกับเหนื่อยล้าอย่างหนัก

 

         “นั่นมันเจ้าเทมป์  น้องชายที่ชั้นเคยเล่าให้ฟังไงล่ะจินฮวาน  เจ้านี่แหละที่ชั้นกำลังตามหาเพื่อจะให้มันกลับมาเป็นน้องชายชั้นอีกครั้ง....  ไม่นึกเลยว่าตั้งแต่มันออกจากบ้านไปมันจะเป็นแบบนี้”  เท็ดดี้พูดขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสายตาของทั้งคู่ที่จ้องราวกับจะหาคำตอบจากตัวเอง

 

         “ห๊ะ!! นั่นน่ะนะลูกชายตระกูลชเวที่โด่งดังในโซลที่นายเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลนั้น”  แทบินร้องออกมาอย่างตกใจและคำตอบที่ได้รับก็คือใช่

 

         ‘เพล้ง!!’  เสียงเหมือนของตกแตกที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสามสะดุ้ง  แต่คนที่หนักกว่าคือเท็ดดี้เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าเสียงมาจากไหนจึงวิ่งออกและตรงไปที่ห้องร่างเล็กทันที  เมื่อเข้าไปก็รีบมองหาแต่กลับไม่พบ

 

         “มาสเตอร์!! ปล่อย . อ๊าา า  อึ่กก .. ปล่อยผม”  เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากผนังที่ถูกกั้นซึ่งภายในเป็นห้องนอนของยองเบ  ทำให้เท็ดดี้ร้อนใจมากขึ้นจึงรีบวิ่งและเปิดประตูเข้าไปถึงกับอึ้ง  เท็ดดี้มองร่างของยองเบที่อยู่ข้างใต้คนที่ยองเบเรียกว่ามาสเตอร์หรือเทมป์  ยิ่งสภาพของยองเบที่ตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะไร้อาภรณ์ปิดบังยิ่งทำให้เท็ดดี้เดือดดาลจนถึงขีดสุดเลยง้างมือเตรียมจะเข้าไปชกแต่ทว่า...

 

         “ฮึ่ก!.. พี่เท็ด.. อย่าเข้ามา!!”   เสียงจากร่างเล็กร้องห้ามอย่างสั่นเพราะหวาดกลัวจนทำให้เท็ดดี้หยุดชะงัก  เท็ดดี้ที่งุนงงกับคำพูดของยองเบรู้ตัวอีกทีทั้งสามคนก็โดนของแข็งกระทบเข้าที่ท้ายทอยอย่างจังจนสลบไปพร้อมกับเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน

 

         “พี่!!!!!”

 

 

                                    ...............................

 

 

 

         “อืมม”  เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในขณะที่เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ  สายตาพยายามปรับภาพที่พร่ามัวให้ชัดเจนขึ้นทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเขาเอง  ร่างสูงพยายามจะใช้มือยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ยันไม่ได้แขนข้างซ้ายของเขาถูกทับไว้เพราะยองเบกุมมือและนอนทับแขนเขาไว้  ส่วนแขนข้างขวาที่ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้ามาทำให้ต้องหันไปมอง  รอยแผลที่ถูกกรีดเป็นตัวอักษรสี่ตัวทำให้รู้และมั่นใจว่าเจ้าของชื่อนี้ต้องเป็นคนที่เขาตามหาแน่ๆ

 

         ‘เฮ้อ... ทำยังไงนะ  พี่ถึงจะปกป้องนายได้  เด็กน้อยเอ้ย’   เท็ดดี้คิดพลางทิ้งตัวนอนลงอีกครั้ง  มือข้างที่ว่างก่ายหน้าผากตนเองและหลับตาพักลงอย่างเหนื่อยและท้อ  แต่คงเป็นเพราะทิ้งตัวลงบนเตียงแรงไปทำให้ยองเบรู้สึกตัวตื่นขึ้น

 

         “หือ...  ตื่นแล้วเหรอฮะ”  เสียงเล็กเอ่ยขึ้นทำให้คนที่พักสายตาอยู่ลุกตัวขึ้นมาดู   ร่างเล็กที่อยู่ในสภาพดูโทรมๆรวมถึงดวงตาที่บอบช้ำ  ใบหน้าเล็กที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มเจือปนความเศร้าหมองทำให้อดสงสารและโมโหตัวเองไม่ได้

 

         “อืมม  นายนอนเฝ้าพี่งั้นเหรอ?”   เมื่ออีกฝ่ายที่ยังนั่งอยู่บนเตียงเห็นร่างเล็กพยักหน้าเป็นคำตอบจึงทำเสียงตอบรับในลำคอ

 

         “แต่ว่า ก่อนหน้าพี่สักชั่วโมงได้มั๊ง  พี่แทบินเค้ารู้สึกตัวจึงเอาตัวพี่จินฮวานไปด้วยครับ  ........ ผมขอโทษ  เป็นเพราะผมแท้ๆ มาสเตอร์เค้าวางแผนไว้ต้องการให้พี่เห็น  ผมรู้ว่าผมไม่ควรร้องห้ามเพราะพี่ต้องโดนแบบนั้นแต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย .. ฮึ่กก!   ผมขอโทษฮะ”  พูดจบดวงตาเล็กก็ปรากฏน้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อล้นและไหลออกมาอาบข้างแก้ม  ทำให้เท็ดดี้อดไม่ได้ที่จะใช้มือหนาปาดน้ำตาออก  ทันใดนั้นร่างเล็กก็โผกอดคนที่นั่งอยู่บนเตียงทันที  ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำได้แค่ลูบหัวปลอบตามเคย  ในใจก็นึกโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสามารถตามเทมป์ได้ที่ไหนแถมยอมเบเองก็ไม่สามารถตอบได้อีกด้วย  ยองเบปล่อยโฮออกมาอย่างหนักจนสักพักถึงจะหยุดร้อง

 

         “เฮ้อ...   ทำไมนะเทมป์  ทำไมนายทำแบบนี้”  เท็ดดี้พึมพำกับตัวเองเบาๆแต่เพราะชื่อที่กระแทกหูยองเบนั้นเป็นชื่อที่คุ้นเคยทำให้ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย   เท็ดดี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเล่าความจริงทั้งหมดออกมา

 

         “.... ทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้แหละ  พี่ก็ไม่เข้าใจว่า ทั้งๆที่เจ้าเทมป์มันก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกันทำไมยังทำแบบนั้นกับนาย ....... เอาเป็นว่า  ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป  พี่จะจัดคนดูแลให้นายนะ  เดี๋ยวพี่คงต้องขอตัวก่อน  เพราะนี่พี่ก็คงสลบไปนานแล้ว  ยังไงก็คงต้องไปทำงาน  แล้วพี่จะกลับมานะครับ”  แก้มเล็กที่เปื้อนคราบน้ำตาถูกจูบซับทีละนิดอย่างบอบบางและแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่มอบให้อย่างเต็มใจ  ยองเบปล่อยอ้อมกอดอีกฝ่ายก่อนที่ร่างสูงจะเดินจากไป   สักพักหนึ่งก็มีเสียงระบบเตือนขึ้น

 

 

         #You have a voice message from ‘your master’. Would you like to open it now?#

 

 

         “Yes”   คำสั่งตอบรับสั้นๆพร้อมกับร่างเล็กที่เดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนั่งเล่นของตน  สไลด์หน้าจอถูกเลื่อนลงมาพร้อมกับหน้าจอคำสั่งใหม่

 

         “ว่าไงยองเบ... เรื่องเมื่อเช้าช่างมันเถอะนะ  เอาเป็นว่าตอนนี้มีงานให้นายทำ  รายละเอียดเป็นดังนี้”  เสียงคุ้นเคยของมาสเตอร์คนเดิมดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนเป็นรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าของเป้าหมายทำให้ยองเบถึงกับอึ้ง

 

         “น่าจะรู้จักดีนะ...  ควอนจียง เพื่อนของนายไงยองเบ  คราวนี้อาจจะลำบากใจนายหน่อย แต่ยังไงซะนายก็ต้องทำ ถ้านายไม่ยอมรับนายก็รู้นี่นาว่าผลมันต้องเป็นยังไง”   สิ้นเสียงหน้าจอเดิมก็ดับลง  หลังจากนั้นก็ปรากฏสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองรูป  ซึ่งรูปสีเขียวเป็นคำว่า Accept กับอีกรูปสีแดงที่เป็น Decline   ยองเบยืนนิ่งโดยที่ยังไม่ยอมทำอะไร  สักพักเมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบหยิบมือถือกดหมายเลขโทรหาเจ้าของงานที่สั่ง  จนเมื่ออีกฝ่ายรับสายจึงเริ่มพูดทันที

 

         “มาสเตอร์!! ผมอยากรู้ใครสั่งมา”

 

         (น้ำเสียงดูเดือดร้อนมากเลยนะยองเบ)

 

         “ก็นั่นมันเพื่อนผม  จะให้ผมฆ่าเพื่อนของตัวเองทั้งทีผมขอรู้คนสั่งงานจะไม่ได้หรือไง”

 

         (ดุจริงน่าา  นายนี่นะ  มันน่าจับ...)

 

         “หยุดกวนประสาทผมได้แล้ว!!!! ผมขอถามอีกครั้ง  ใครสั่งงานนี้มา!!!”

 

         (โอเคๆ  อยากรู้ใช่ไหม  ชั้นเนี่ยแหละเป็นคนสั่งงานให้นายเอง  และชั้นก็คือคนจ้างนายสำหรับงานนี้)

 

         “ทำไม!!! แต่ก่อนคุณเองก็เห็นจียงเป็น....”

 

         (หมอนั่นน่ะ  ฝีมือตกเอาทุกวันๆ  อีกอย่าง ถึงจะสวยแต่อย่างน้อยเวลาโดนยามันก็ไม่เหมือนนายนี่นา  นายเองก็น่าจะรู้ตัวเวลาตัวเองโดนนะ  มันทำให้ชั้นคลั่งเลยทีเดียว)

 

         “หยุดสักที!!!  แค่เรื่องวันนี้ผมก็ไม่มีทางให้อภัยคุณแล้ว  ทำไมต้องสั่งให้ผมทำร้ายเพื่อนของผมด้วย คุณก็รู้ว่าผมทำไม่ลง!!!”

 

         (หึหึ มาหาชั้นสิ  เผื่อชั้นจะพิจารณาว่าจะยกเว้นดีมั๊ย  แต่ถ้านายไม่มาหาชั้น  ไม่แน่ว่า.... )

 

         “โอเค ผมจะไปหาคุณก็ได้”

 

         (ให้เวลายี่สิบนาทีในการเดินทางละกัน)

 

         “ฮึ่ยยย!! บ้าจริง”   ทันทีที่อีกฝ่ายตัดสายทิ้งยองเบก็สบถออกมา  แม้ว่าจะไม่อยากไปแต่ว่าถ้าเกิดสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจริงซึ่งก็คือการยกเว้นการฆ่าจียงเพื่อนสนิทตัวเองได้เขาก็ยอม  ร่างเล็กรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่รู้ว่าหน้าจอแผนงานที่ค้างไว้ได้ถูกทำการแฮคให้เลือกอัตโนมัติเป็น Decline เรียบร้อยแล้ว

 

 

                                    ..............................

 

 

BONUS!!

 

 

 

คราวที่แล้วตาลเอารูปรถพี่เบ้ในฟิคเรื่องนี้ให้ดู  คราวนี้ตาป๋าเท็ดบ้างล่ะ!! แทนแท๊นนนน

 

 

 

 

 

 
Lamborghini Reventon Roadster
 
 

 

เหมือนเครื่องบินขับไล่ แต่ชอบ อยากได้.....
ราคาเบาะๆค่ะทุกคน  เพราะมันมีแค่ 20 คันในโลก  ราคาเหรออ ฮะๆๆๆ (หัวเราะแบบโรคจิต)
 
 
 
Only 1.75 Million U.S.Dollar!!!!
(สครีม+นอนตาย)

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาต่อแล้วววววววว
เฮียเท็ดรู้ความจริงแล้วสินะ
พอรู้แล้วก้อหื่นใส่เมียเลยทีเดียว(เลือดแถบหมดตัว55)
เทมป์นายมันโค-ต-รเลววววววววว
สั่งให้ยองเบฆ่าจียง คัยเค้าจะไปทำ เพื่อนกันแท้ๆ
เฮียเท็ดช่วยยองเบด้วยยยยย

#1 By panda@paradise on 2010-10-31 18:39

If you're in uncomfortable position and have got no money to go out from that point, you will have to receive the <a href="http://bestfinance-blog.com/topics/personal-loans">personal loans</a>. Just because that would aid you emphatically. I take short term loan every time I need and feel OK because of it.

#2 By BuchananJill (95.64.12.20) on 2011-08-03 18:37

ILNLaL <a href="http://agvelknoiord.com/">agvelknoiord</a>, [url=http://xewfnnvibwqx.com/]xewfnnvibwqx[/url], [link=http://gmtchqyhtjum.com/]gmtchqyhtjum[/link], http://dludwmalrjrk.com/

#3 By yuwwkfvsf (78.69.130.133) on 2011-09-26 02:21

comment3,

#4 By name (173.57.28.34) on 2011-10-08 11:33

comment2,

#5 By name (208.74.31.116) on 2011-10-08 12:16

comment2,

#6 By name (202.60.56.221) on 2011-10-08 12:58

comment2,

#7 By name (178.22.169.74) on 2011-10-08 13:41

comment3,

#8 By name (50.19.40.132) on 2011-10-08 15:09

comment1,

#9 By name (193.43.104.10) on 2011-10-08 15:52

comment4,

#10 By name (184.164.138.212) on 2011-10-08 17:20

comment6,

#11 By name (78.46.95.86) on 2011-10-08 18:02

comment6,

#12 By name (208.74.31.116) on 2011-10-10 03:28

comment4,

#13 By name (146.243.4.157) on 2011-10-10 05:44

comment1,

#14 By name (57.90.36.29) on 2011-10-10 07:30

comment6,

#15 By name (57.90.36.29) on 2011-10-10 08:06

comment4,

#16 By name (57.90.36.29) on 2011-10-10 09:18

comment3,

#17 By name (84.233.224.138) on 2011-10-14 03:17

comment1,

#18 By name (82.80.226.67) on 2011-10-14 04:07

comment2,

#19 By name (143.89.145.35, 143.89.188.2) on 2011-10-14 04:55

comment5,

#20 By name (193.55.113.197) on 2011-10-14 05:45

comment2,

#21 By name (176.9.1.72) on 2011-10-14 06:36

comment5,

#22 By name (65.197.242.109) on 2011-10-15 12:36

comment6,

#23 By name (75.75.254.27) on 2011-10-15 13:26

comment4,

#24 By name (127.0.0.1, 190.241.40.147) on 2011-10-15 14:16

comment2,

#25 By name (127.0.0.1, 200.109.108.137) on 2011-10-15 15:07

comment2,

#26 By name (94.23.249.158) on 2011-10-15 15:58

comment3,

#27 By name (127.0.0.1, 190.241.40.147) on 2011-10-15 16:48

comment1,

#28 By name (213.42.68.78, 195.229.241.177) on 2011-10-15 17:40

comment4,

#29 By name (213.55.109.188) on 2011-10-15 18:32

comment5,

#30 By name (200.106.129.165) on 2011-10-15 19:24

comment3,

#31 By name (159.220.30.191) on 2011-10-15 20:15

comment4,

#33 By name (159.220.30.191) on 2011-10-20 21:45

comment5,

#34 By name (64.187.124.19) on 2011-10-20 22:41

comment6,

#35 By name (83.111.77.161, 86.96.226.18) on 2011-10-21 12:29

comment4,

#36 By name (94.23.11.206) on 2011-10-21 13:24

comment5,

#37 By name (146.115.11.160) on 2011-10-21 14:18

comment5,

#38 By name (74.203.81.38) on 2011-10-21 14:19

comment3,

#39 By name (83.111.77.161, 86.96.226.18) on 2011-10-21 15:12

comment3,

#40 By name (82.99.16.78) on 2011-10-21 16:07

comment2,

#41 By name (99.20.244.205) on 2011-10-21 17:01

comment4,

#42 By name (46.150.34.196) on 2011-10-21 17:55

comment2,

#43 By name (173.252.245.58) on 2011-10-21 18:49

comment6,

#44 By name (94.23.249.158) on 2011-10-21 19:43

comment3,

#45 By name (176.196.69.167) on 2011-10-21 20:46

comment3,

#46 By name (69.70.228.134) on 2011-10-21 20:47

comment3,

#47 By name (207.87.111.50) on 2011-10-21 20:48

comment5,

#48 By name (94.23.11.206) on 2011-10-21 21:40

comment3,

#49 By name (90.83.35.98) on 2011-10-21 22:35

comment6,

#50 By name (65.197.242.109) on 2011-10-21 23:30

comment1,

#51 By name (46.47.1.91) on 2011-10-25 11:42