Fiction

[SF] Dirty Dancer

posted on 09 Mar 2011 00:34 by namtaniez  in Fiction

Title:: Dirty Dancer

Pairing:: TEYANG (Teddy X Taeyang)

Rate:: NC-17(?)

Warning:: เรื่องนี้.... ยองเบโ-ค-ต-รเคะ ขอย้ำว่าเคะแตกกระจุย(?)  ใครรับไม่ได้กากบาทสีแดงมีไว้ให้คุณออกไปนะครับชิ๊งๆ

 

 

GD MODE

 

        “เฮ้อออ ~” เสียงถอนหายใจยาวๆที่ช่วงหลังๆนี่ผมมักจะได้ยินตลอดจนชินชาดังออกมาจากคนข้างตัวผม  แล้วสักพักก็เลื้อยมานอนตักผมอีกละ

 

        “เบื่ออะจียง”   ยองเบพูดพร้อมกับทุบๆเข้าท้องผมเบาๆเหมือนเด็กต้องการจะอ้อนเอาของเล่นยังไงยังงั้น

 

        “อึดอัดๆๆๆๆๆ อ้ากกก” โวยวายจบแล้วก็ดิ้นๆๆๆอยู่บนตักผมโดยไม่สนสายตาพี่ๆแดนเซอร์และคนร่วมวงสักนิด เฮ้อ... อาการหนักขึ้นทุกวันละเพื่อนผม

 

        “ยองเบเอ้ย.. มัวแต่ดิ้นๆแบบนี้แล้วพี่เค้าจะรู้มั๊ยเล่า” พี่เทมป์เดินเข้ามาหาแล้วนั่งลงบ่นข้างๆผมโดยมองดูยองเบ ซึ่งผมก็ได้แต่จนปัญญาที่จะช่วยมัน

 

        “แล้วถ้าบอกเค้าไปแต่เค้าไม่ยอมรับอ่าา จียงงง นายก็รู้นี่นาว่าพี่เค้าอะถ้ามีคนบอกว่าชอบแต่เค้าไม่ชอบเค้าจะตีตัวออกห่างเลยนะ  ชั้นกลัวว” ยองเบพูดกับผมแล้วก็ทำปากเบะ  เอ่อ... อยากจะทิ้งหัวว่ามันไม่น่าเล่นกล้ามเล๊ย เป็นเคะในร่างเมะชัดๆ = =”

 

        “เอ้าๆ คุยอะไรกัน”  ไม่ทันขาดคำไอ้พี่ตัวดีมันก็เดินเข้ามานั่งอีกข้างของผม  สภาพตอนนี้ผมเหมือนไส้กรอกแบนๆที่มีขนมปังหนาๆสองข้างก็คือไอ้พี่ๆสองตัว(?)ประกบเป็นฮอทดอกถ้าไม่ติดว่ามียองเบนอนอยู่ด้วยจะลุกขึ้นเตะพี่ๆทั้งสองออกทันที จะนั่งกระจุกกันทำไม อึดอัดเว้ยยยยย

 

        “เปล่าครับบบ หมวกใหม่เหรอพี่เท็ดผมขอนะ ^O^”  แล้วจู่ๆยองเบมันก็ลุกจากตักผมไปขโมยหมวกและเลื้อยตักพี่เท็ดทันที  แหม่ นี่เหรอกลัวเค้ารู้  กลัวมากอะยองเบ (แล้วทำไมผมต้องเป็นผู้บรรยาย บทพูดผมอะไรเตอร์ TT TT)

 

        “ซ้อมเว้ยซ้อมมมมมมมมมมม” เพื่อทำลายความเงียบงันและในที่สุดผมก็มีบทพูด (= =”) ผมจึงเรียกทั้งหมดซ้อมเต้นทั้งๆที่ผมเองก็ยังเหนื่อยอยู่

 

        “อะไรอะจียง ไหนบอกพักสิบห้านาที นี่เพิ่งห้านาทีเองน๊า” เสียงยองเบแว้ดขึ้นมาทันทีในขณะที่คนอื่นๆประจำไลน์แล้ว แต่ยองเบก็ยังคงนอนอยู่บนตักพี่เท็ดดี้อยู่  เออครับ เชื่อมันเลยล่ะว่ามันกลัวพี่เค้ารู้มาก และพอหันไปมองแต่ละคนในวง  ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากันสุดๆ  ยองเบเอ้ยย พี่ๆน้องๆเค้าเหนื่อยใจกับแกเหลือเกิน

 

        “จะซ้อมไม่ซ้อม คนอื่นเค้ารอนายอยู่ อย่าเป็นตัวถ่วง”  คือไม่ใช่อะไรหรอกท่านผู้อ่านที่รัก  แต่ผมพยายามปิดบังให้ยองเบ  แต่มันเองนั่นแหละที่ยอกว่ากลัวแต่ทำตัวตรงกันข้ามมาก!!!! ดังนั้นผมไม่ผิดนะ

 

        “ไปซ้อมเหอะยองเบ  ตั้งใจหน่อยสิๆ ^^” สิ้นเสียงพี่เท็ดดี้เจ้าเพื่อนตัวดีของผมมันก็รีบลุกขึ้นเดินมาประจำที่ทันที  คจย.อยากจะกรี๊ดว่ามันไม่เห็นหัวหัวหน้าวงแล้วใช่ม๊ายยยย เห็น(ว่าที่)สามีดีกว่าเพื่อนดีกว่าหัวหน้าวง จะบ้าตาย = =”

 

        “เอ้า!!  1  2  3  4!!!”                

 

 

 

หนึ่งชม.ต่อมา

 

 

        “ฟู่วว เหนื่อยเนอะมักเน่”  แดซองพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะนอนราบกับพื้นข้างๆซึงรีหรือมักเน่ของเรา  จริงๆผมก็ไม่รู้หรอกว่าอยู่ส่วนไหนของห้องเพราะทุกคนก็ซ้อมกันจนหมดแรงนอนแผ่กับพื้นหมด  เหลืออยู่คนเดียวที่ยืนเต้นๆอยู่แบบนั้น

 

        “เฮ้ออ หมดแรงแล้วเหรอจียง  ลุกขึ้นมาเด้ ไหนบอกจะซ้อมไงเล่า”  เสียงของยองเบแล่นเข้าโสดประสาตผมในขณะที่ผมนอนอยู่  หมั่นไส้มันเหลือเกินเว้ยย

 

        “เอ้าน้องๆ  ตายกันหรือยัง”  จู่ๆก็มีเสียงนึงแทรกเข้ามา เสียงกวนๆแบบนี้ไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่าใคร

 

        “ยังไงก็รุ่นน้อง  ช่วยระวังปากสักนิดจะได้มั๊ย”  แล้วพี่เท็ดดี้ก็เถียง  เข้าสูตรเพื่อนสนิทสุดแสบ  สงสัยทะเลาะกันตั้งแต่รุ่นพี่มั๊ง  รุ่นผมกะยองเบเลยทะเลาะกันเองด้วย

 

        “เห้ยย ไม่เถียงละเว้ยๆ เอาเป็นว่าประธานยางให้มาแจ้งว่า  วันนี้ประธานปิดคลับเลี้ยงเฉพาะคนวายจีเว้ย  ใครไปมั่ง!!!” พอสิ้นเสียงคำว่าเลี้ยงเท่านั้นแหละ  พวกเรารวมทั้งพี่ๆแดนเซอร์ต่างก็ลุกขึ้นจ้องหน้าพี่แทบินเขม็งทันที

 

        “อีกสามชั่วโมง ประธานยางให้ทุกคนกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเราจะไปเจอกันที่คลับเลย  พี่ไปละ”  พอพี่แทบินเดินจากไปปุ๊บ  ทุกคนในห้องก็รีบวิ่งออกจากห้องไปทันที  เอ๊ะ!! ผมว่าอะไรแวบๆในหัวนะ

 

        “พี่แทบินน เดี๋ยวครับๆ” ผมรีบวิ่งไปหาและกระซิบกระซาบแผนการที่มันแว๊บขึ้นมาในหัวหมาดๆ  ซึ่งพี่แทบินก็โอเคพร้อมกับคำทิ้งท้ายไว้

 

        “โอเค  เดี๋ยวจะไปบอกให้คอยช่วยละกัน”

 

 

 

 

 

 

 

WRITER MODE

 

        “จียง... แน่ใจแล้วเหรอจะให้ทำแบบนี้อะ”  ขณะที่ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปเต้นบ้าง บ้างก็รวมกันนั่งดื่ม จู่ๆยองเบก็ถามอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆขึ้น

 

        “น่าา ชั้นว่ามันคุ้มนะเว้ย คุ้มเสี่ยง จริงๆ มีปัญหาอะไรพี่แทบินกับชั้นคอยเคลียร์ให้  เชื่อชั้นดิ”  อีกฝ่ายตอบกลับพร้อมกับตบบ่าเพื่อนสนิทตัวเองและลากไปรวมกลุ่มกับรุ่นพี่ทันที

 

        “พี่ๆคร้าบ ผมกับยองเบขอมานั่งก๊งด้วยคนดิ!!” จียงพูดจบก็ผลักยองเบไปนั่งข้างๆเท็ดดี้ซึ่งจริงๆเป็นที่นั่งแทบินแต่แทบินรีบขยับออกให้ทันที (มันรวมแรงรวมใจกันดีจังเว้ย : writer)

 

        “อืม จะดื่มอะไรกันละ.... เห้ยยองเบนั่นมัน!!!!” ทุกคนหันไปหายองเบทันทีเพราะเสียงของแทบิน  คนตัวเล็กยกขวดเตกีล่าเพียวๆดื่มเข้าไปไม่กี่อึกก็ต้องวางเพราะตัวเองก็ใช่ว่าจะคอแข็ง  ปกติก็ดื่มแค่งานต่างๆตามมารยาทเท่านั้น

 

        “สงสัยจะผิดขวดละมั๊งนั่น ไหวมั๊ยยองเบ”  น้ำเสียงเข้มของคนเป็นพี่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงซึ่งยองเบได้แต่ส่ายหน้า

 

        “เห้ยย ดื่มเว้ยดื่ม งานนี้เมาเป็นเมาเดี๋ยวมีคนพากลับบ้าน ขอสั่งใครไม่ดื่มเตรียมโดนดี!!! เอ้าดื่มม”  เพราะคำสั่งประธานยางทำให้ทุกคนต้องยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มกันแม้กระทั่งยองเบเองที่คออ่อนที่สุดในวง  จนกระทั่ง......

 

 

 

 

อีกสักพักใหญ่ๆ

 

        “ใครก็ได้ไปรีมิกซ์เพลงทีสิเห้ย”  เจ้าภาพของงานที่ดูจะกึ่มๆแล้วโวยวายขึ้นมา

 

        “เดี๋ยวผมไปเอง!! คอยฟังละกันทุกคน” พูดจบจียงก็ลุกขึ้นไปประจำที่และเริ่มหน้าที่ทันที

 

        “ยองเบ  เป็นอะไรไปหืม ดูไม่ค่อยร่าเริงเลยนะ”  ดองวุคผู้เป็นรุ่นพี่ที่นั่งตรงข้ามเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นร่างเล็กนั่งหน้าหงอยๆ

 

        “เปล่าหรอกฮะ แต่ผมไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่”  ยองเบทำหน้าเป็นปกติและยิ้มให้

 

        “เปล่าอะไรล่ะ  ดูหน้าตาเหมือนเบื่อเลย กลับบ้านก่อนก็ได้เอ้า  ไอ้เท็ดไปส่งยองเบทีดี๊ เห้ยไม่ๆ เพนท์เฮาส์แกมีเสื้อผ้ายองเบอยู่นี่ ให้ไปนอนกับแกขัดคำสั่งโดนเตะ+หักเงินเว้ย!!!”  คนเป็นประธานตะโกนใส่พร้อมกับดื่มเหล้าต่อไป  แม้ทุกคนจะรู้ว่านี่เป็นนิสัยของประธานตนเองแต่ก็รู้ดีว่าถ้าไม่เมาจัดทุกอย่างที่พูดออกมาคือพูดจริงเอาจริงทำจริงหมดทุกอย่าง

 

        “เอ่อๆ อืม ไปๆยองเบ กลับกัน”  พูดจบเท็ดดี้ก็ลุกขึ้นและจูงมือยองเบเดินออกจากคลับโดยมีเสียงแทบินตามมาไล่หลังและทำให้ติดใจกับคำพูดของแทบิน

 

        ‘อย่ารุนแรงนะเว้ย  เดี๋ยวจะเสียแรงที่ทะนุถนอมมาตั้งนาน วะฮะฮะฮ่าๆๆๆ’

 

 

 

 

 

 

 

เพนท์เฮาส์ของเท็ดดี้

 

        “เอ้ายองเบ  เสื้อผ้าเราอยู่นี่  ไปอาบน้ำนอนซะนะ”   เท็ดดี้ที่เดินไปค้นเสื้อผ้าให้รุ่นน้องของตนแต่พอจะหันไปให้จู่ๆคนตัวเล็กก็หายไปไหนไม่รู้

 

        “ไปไหนซะละ.... เห้ย!!”  จู่ๆคนตัวโตก็ร้องขึ้นเมื่อถูกกอดจากข้างหลัง  แขนเล็กเข้ากอดร่างสูงแน่นและดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆด้วย

 

        “พี่เท็ดดดดดดด” คนตัวเล็กลากเสียงยาวๆเหมือนกำลังจะอ้อน  มือก็เลื่อนต่ำลงเรื่อยๆจนกุมหมับเข้าที่เป้าอีกฝ่ายทำเอาสะดุ้งและหันมามองทันที

 

        “จูบนะ”  จู่ๆยองเบก็ดึงใบหน้าอีกฝ่ายเข้ามาประกบปากทันที  เรียวปากเล็กดูดดึงอีกฝ่ายอย่างโหยหาซึ่งร่างสูงได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงรีบผละออก

 

        “อย่าขัดได้มั๊ย”  ใบหน้าเล็กทำเสียงไม่พอใจและจูบใหม่อีกครั้ง  คราวนี้คนตัวสูงดูจะเคลิบเคลิ้มและเป็นฝ่ายที่กดเรียวปากอย่างรุนแรง  ร่างทั้งสองค่อยๆถอยหลังจนนอนราบไปกับเตียงนุ่ม  มือเล็กโอบเข้าแผ่นหลังร่างสูงที่นอนคร่อมอยู่  เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว  เสื้อผ้าที่ถูกถอดออกจนตอนนี้เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าสองคนกำลังดำเนินกิจกรรมรักต่อไป  มือเล็กจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของคนข้างบนเพื่อบ่งบอกอารมณ์ตนเองที่กำลังพุ่งพล่านเต็มที่ ส่วนเท็ดดี้เองที่มีทั้งอารมณ์ตนเองและฤทธิ์แอลกอฮอลล์ปะปนทำให้หลงไปกับคนตัวเล็ก  ริมฝีปากประทับเข้าตามผิวหนังอย่างรุนแรงเป็นรอยรักแดงจนเต็ม

 

        “อ๊า า  เอาเลยสิ มากกว่านี้”  เสียงหวานครางขึ้นพร้อมกับเรียวขาที่แยกออกดูเหมือนจงใจให้อีกฝ่ายรู้  แก่นกายคนข้างบนถูกสอดแทรกเข้าระหว่างช่องว่างจนมิดทำเอาร่างเล็กร้องเสียงหลงและสะดุ้งตัวโผกอดอีกฝ่ายแน่น

 

        “ไม่เป็นไรนะ”  ประโยคสั้นๆพร้อมกับลมอุ่นๆส่งผ่านปะทะหูคนข้างใต้และกระแทกเบาๆ  ของเหลวอุ่นๆที่ร่างสูงรู้ดีว่าคืออะไรไหลออกมาเปื้อนช่องทางรักของร่างเล็กจนเป็นคราบสีแดงทำให้อีกฝ่ายต้องยั้งการกระทำของตนไว้

 

        “แรงๆเลย  ไม่ต้องสนผมหรอก  ใส่เข้ามาแรงๆเลยฮะ  อื้ มม ม” ร่างเล็กบอกด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่เปรียบเสมือนคำสั่งที่อีกฝ่ายต้องทำตาม  ใบหน้าเล็กขึ้นสีแดงระเรื่อส่งเสียงร้องอย่างสุขสม  แรงกระแทกจากเท็ดดี้ทำให้อีกฝ่ายที่อยู่ข้างใต้ร้องขึ้นทุกครั้งและยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  จู่ๆเท็ดดี้ก็จับยองเบให้นอนคว่ำและดันแท่งเนื้อของตนเข้าไปไม่ยั้ง  แขนเล็กยันตนเองให้อยู่แอ่นสะโพกรองรับกับอีกฝ่าย  มือขยำลงบนที่นอนจนผ้าเป็นรอยยับ  ไม่นานนักของเหลวสีขาวขุ่นก็ถูกปล่อยใส่ในตัวร่างเล็ก  เรียวปากหนาก้มลงจูบซอกคอร่างเล็กอย่างหนักหน่วงและถอนแก่นกายออก  วงแขนหนาดึงให้อีกฝ่ายล้มลงนอนแต่ร่างเล็กกลับลุกขึ้นนั่งคร่อมอีกฝ่ายแทน

 

        “ผมไม่ให้จบง่ายๆหรอก”  มือเล็กจับแก่นกายอีกฝ่ายใส่เข้าช่องรักตนอีกครั้งและปล่อยตัวนั่งลงให้จมเข้าไปลึกจนมิดด้าม  ร่างเล็กก้มลงกดจูบกับอีกฝ่ายที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นคนนอนราบแทน  มือสองข้างดึงร่างสูงให้ลุกขึ้นนั่งและเกาะไหล่อีกฝ่ายไว้  สะโพกมนถูกยกขึ้นและกระแทกลง  ส่วนเท็ดดี้นั้นใช้จมูกสันซุกไซร้ตามใบหน้าและลำคอ  ร่างเล็กยิ้มอย่างพึงพอใจ ถ้าจะบอกว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังหลงตนนั้นคงใช่เป็นแน่  ลิ้นหนาอุ่นไล้ชอนไชตามเรียวปากนุ่มเล็กและแทรกเข้าไปภายในโพรงปากอีกฝ่ายแลกหยอกล้อกับร่างเล็กอย่างโหยหาราวกับจะกลืนกินเข้าไป  มือหนาจะช่วยพยุงอีกฝ่ายแต่กลับโดนปฏิเสธ

 

        “ผมทำเอง” รอยยิ้มซุกซนปรากฏบนใบหน้าขณะที่เพิ่มความรุนแรงกับช่องด้านล่างจนเกิดเสียงดัง  ไม่นานนักทั้งสองก็ปลดปล่อยความต้องการของตนออกมา  เสียงครางหวานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบพ่นลมหายใจร้อนใส่กันและกัน  สักพักร่างทั้งคู่ก็ล้มตัวนอนอยู่บนเตียงนุ่ม  วงแขนกว้างโอบร่างเล็กอยู่ในอ้อมกอดและซุกหน้าไว้กับแผ่นหลังอีกฝ่าย

 

        “เด็กน้อยเอ้ย.. ยั่วเก่งเป็นบ้าเลย หืม”  ผู้เป็นพี่เอ่ยขึ้นเสียงเบาๆและงับใบหูเล็กหยอกล้อ  จู่ๆยองเบก็พลิกหน้านอนหันเข้าหาผู้พูด

 

        “รักนะ!!!” พูดจบก็ฉวยโอกาสขโมยจูบแล้วพลิกตัวนอนหลับทันที

 

        “แน่ะ! เด็กคนนี้ .. ชิงหลับซะแล้ว” เมื่อเห็นอีกฝ่ายหลับจึงดึงผ้าห่มคลุมตัวทั้งสองโดยไม่ลืมจะกอดเด็กน้อยของตัวเองไว้ในอ้อมแขนด้วย

 

        “..... รักเหมือนกันนะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

ประมาณสิบโมงกว่าๆ ณ เพนท์เฮาส์ของเท็ดดี้

 

        “หืมม”  หนุ่มใหญ่ร้องขึ้นด้วยสภาพที่งัวเงียตื่นมาเพราะเสียงมือถือตัวเองที่ดังขึ้นจึงเอื้อมมือไปคว้ากางเกงที่อยู่บนพื้นควานหามือถือและกดรับทันที

 

        (ฮัลโหลว... พี่เท็ดดี้!!! ทำไมยังไม่มาอีกห๊ะแอลนัดเพื่อนไว้ที่แอลเอด้วยนะคะต้องบินคืนนี้ทำไมยังไม่มาอีก  ไหนบอกจะนัดอัดเสียงวันนี้ไงชักช้าผิดเวลามาก ฉอดๆๆๆๆๆ)  เสียงแว้ดๆดังมาตามสายที่เท็ดดี้รู้เลยว่าเป็นใครจึงเอามือถือออกห่างจากหูจนรู้สึกว่าเงียบลง

 

        “แชรินอา  พี่ขอคุยกับแทบินหน่อย”  เท็ดดี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆตามประสาคนเพิ่งตื่น

 

        (เอ้า!! มีอะไรว่ามา)

 

        “มึงต้องไม่เชื่อกูแน่ว่ะไอแดนนี่  เมื่อคืน ..... สุดยอดเป็นบ้า”  เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกและหัวเราะเจือออกมา  ทำเอาปลายสายที่ได้ยินถึงกับหลุดก๊ากออกมา

 

        (โหไอ้พี่หมี อย่าบอกนะว่า.... แรงนี่หว่ามึง  เดี๋ยวเหอะเดี๋ยวเด็กมันฟ้องว่าพี่มันขืนใจละจะยุ่ง) 

 

        “ขืนใจอะไร ก็เมื่อคืน.....”

 

        (เมื่อคืนทำไม?)

 

        “ยองเบ.. เค้าเริ่มก่อน แถมยังบอกรักกูอีก”

 

        (เยสสสสส ไอ้พี่หมีกูกินเด็กสำเร็จแล้วว้อยยยย)

 

        “ไม่ต้องเสียงดังก็ได้มั๊ง  เด็กๆทางแกมันก็รู้หมดสิวะ”

 

        (เออๆ  แล้วมึงจะเอาไง  เสียงเหนื่อยมากว่ะไอ้คุณพี่หมี  เมื่อคืนกี่ยกฟะ!!)

 

        “อย่าเสือกมากสิเฟ้ยย เปล่าเหนื่อยแต่กูง่วง”

 

        (ป๊าดดดดดดด สงสัยเด็กมันจะแรง แล้วสาวๆทางนี้ละ?)

 

        “จียงอยู่ปะมึง?”

 

        (อยู่ๆ ไมวะพี่?)

 

        “บอกให้มันคุมแทน แค่นี้นะเว้ย”

 

        (เห้ยเดี๋ยวเซ่!! … ) ไม่รอให้อีกฝ่ายแย้งจบก็ตัดสายและโยนมือถือทิ้งทันที

 

        “ใครโทรมาเหรอฮะ?”  เสียงซุกซนดังขึ้นพร้อมกับยองเบที่หันตัวเข้าหา

 

        “แทบินน่ะ  โทรมาตามไปทำงาน  แต่พี่บอกให้มันไปบอกให้จียงดูแลแทนแล้ว” เท็ดดี้ตอบจบก็ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มของยองเบทันที

 

        “รักนะครับ ^^”  พี่ใหญ่เอ่ยขึ้นและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน  ซึ่งคนตัวเล็กดูจะพอใจจึงตอบกลับทันที

 

        “ผมก็รักพี่นะ รักมากๆด้วย แต่คนอารั๊ยยย ซื่อบื้อออ” บ่นนิดบ่นหน่อยร่างเล็กก็ทำปากเบะใส่อีกฝ่ายทำให้งงแล้วอธิบายต่อ

 

        “ตัวเองก็บอกว่ารักเค้า แล้วดูไม่ออกหรือไงว่าเค้ารักตัวเองตั้งนานแล้วอะ!! ไหนบอกว่าฉลาดนักทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่รู้เนี๊ยยยยะ!! ซื่อบื๊อออ ซื่อบื้อที่สุดเลย ‘คุณสามีที่รัก’” ยองเบทำหน้าไม่พอใจพร้อมกับทุบๆตีๆเข้าที่ไหล่และอกกว้างเหมือนกับงอนอีกฝ่าย

 

        “ไม่ต้องมาแบ๊วเลยเรา  ไปอาบน้ำได้แล้วครับ ‘คุณภรรยาที่รัก’” เท็ดดี้ลุกขึ้นกำลังจะเดินไปอุ้มอีกฝ่ายแต่แกล้งทำเป็นเดินเลยไปก่อน

 

        “นี่!! กลับมาก่อนซี่ มันเจ็บนะ!!!” ร่างเล็กโวยวายขึ้นพร้อมทำท่าทีฮึดฮัดเหมือนเด็กๆทำเอาเท็ดดี้อมยิ้มและเดินกลับมาช้อนยองเบอุ้มและเดินเข้าห้องน้ำไป  โดยที่ปิดประตูล็อกพร้อมกับเสียงทิ้งท้ายของคนที่อุ้มอยู่ว่า....

 

 

        “เรามา ‘ต่อ’ กันเถอะฮะ ^3^”

 

 

 

THE END!!

[Fiction]The Last Revolver Part 2 + Bonus Lamborghini

posted on 31 Oct 2010 00:24 by namtaniez  in Fiction
Title:: The Last Revolver
Chapter:: 2/?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกัน

ศูนย์บัญชาการลับพิเศษควบคุมความปลอดภัยระหว่างประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

         “มาครบหรือยังน่ะจียอน”   เสียงจากบอสใหญ่ที่ยืนอยู่หัวโต๊ะพูดขึ้นพลางมองนาฬิกาที่ติดผนังอยู่  แม้เวลาจะเลยมาสิบห้านาทีแล้วแต่ก็ยังมีเก้าอี้ว่างอยู่

 

         “ยังค่ะท่านประธานยาง เอ่อ ... ขาดหัวหน้าฮงจุนที่ยังไม่มาค่ะ”   คำตอบของหญิงสาวทำเอาหนุ่มหัวทองที่เป็นเพื่อนสนิทและผู้ช่วยถึงกับนั่งคิ้วขมวด

 

         ‘ไปไหนของมันวะ อุส่าโทรตามแล้วถ้ายังอยู่กับเมียเดี๊ยะพ่อจับเจื๋อนทิ้งเลย’

 

         “ขอโทษที่มาสายครับ”  เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับบุคคลที่ถูกถามหาเดินเข้ามาในห้องและทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆผู้ช่วยของตน

 

         “ไปไหนมาวะ  รออยู่คนเดียวเนี่ย”  แทบินพูดเสียงแผ่วเบากับอีกฝ่ายที่เพิ่งมาใหม่  แต่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตอบจู่ๆก็มีรถเข็นคันหนึ่งที่มีคนนั่งอยู่ถูกมัดด้วยเชือกหนาถูกลากออกมาอยู่หน้าห้องประชุม

 

         “นี่คือบุคคลอีกรายที่อยู่ในบรรดาองค์กรแบล็ค ซึ่งเป็นแก๊งค์เดียวกันกับที่หัวหน้าองค์กรใช้นามแฝงว่าวิค”  ประธานยางกล่าวขึ้นและนำแผ่นข้อมูลที่เหมือนกระดาษวางไว้บนโต๊ะใสทันใดนั้นข้อมูลก็ถูกถ่ายทอดขึ้นสู่จอภาพขนาดใหญ่ทันที

 

         “คนๆนี้บอกว่าตัวเองชื่อคังแดซอง  โชคดีที่นายคนนี้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเราอย่างมาก  คือรายชื่อทั้งหมดของบรรดาลูกสมุนในองค์กรแบล็คทั้งพวกหางแถวและชั้นแนวหน้า”   ทันทีที่พูดจบประธานยางก็เลื่อนมือจากบนโต๊ะและเหวี่ยงใส่จอกลายเป็นรายชื่อทั้งหมดที่ไล่เรียงกันยาว  โดยบางชื่อจะมีเครื่องหมายดาวไว้ข้างหน้าซึ่งมีน้อยชื่อนัก   ประธานยางไล่เปิดรูปใบหน้าและรายชื่อแต่ละคนให้บรรดาลูกน้องทุกคนดูไปเรื่อยๆ  

 

         “โทษนะครับ  ผมขอดูรายชื่อนั้นได้ไหม”  จู่ๆเท็ดดี้ก็สะดุดตากับรายชื่อหนึ่งซึ่งเป็นดาวสองดาวแต่ดูแล้วไม่ใช่ชื่อเต็มหากแต่เหมือนเป็นนามแฝงซะมากกว่า

 

         “บุคคลพิเศษ  นักฆ่ามือหนึ่งที่ถนัดด้านการใช้ยาพิษและปืนสั้น,คนสนิทของหัวหน้าองค์กรแบล็คและหนูทดลองยา  ชื่อในองค์กร:: แทยัง , ชื่อจริง:: ทงยองเบ”   พอมาถึงตรงนี้เท็ดดี้ถึงกับช็อก  สมองที่กำลังประมวลผลพยายามคิดว่ามันไม่ใช่ความจริงหากแต่รูปใบหน้าที่ปรากฏบนจอทำให้ยากที่จะไม่เชื่อว่านี่คือความจริงที่เขาต้องยอมรับ  จู่ๆเท็ดดี้ก็ลุกพรวดพราดและวิ่งเข้าไปเหวี่ยงหมัดขวาเข้าที่ใบหน้าของคนที่ถูกมัดอยู่จนหน้าหันไปตามแรงหมัด

 

         “ไอ้เท็ด!! // ไม่จริง!!   แกให้ข้อมูลผิด  ยองเบไม่มีทางเป็นไปได้ถึงขนาดนี้หรอก  แกมันไอ้คนโกหก!!!!”   เท็ดดี้ที่ทำท่าจะเหวี่ยงหมัดและเท้าอีกรอบก็ถูกแทบินเข้ามาล็อกไว้ได้ทัน

 

         “ผมไม่ได้โกหก  สิ่งที่ผมให้คือความจริงที่ผมรู้และได้มา  จะรีบถามอะไรก็ถามมาเพราะตอนนี้มาสเตอร์ไม่ได้อยู่หน้าเครื่องสั่งการที่จะสั่งระเบิดสมองผมได้”   คนที่ถูกชกตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  เท็ดดี้ที่พยายามจะต่อยและถีบก็ถูกแทบินล็อคไว้ไม่ยอมปล่อยและบอกให้ใจเย็นลง

 

         “ยาที่องค์กรพวกนายผลิต  มันคือยาอะไร ทำไมต้องมีหนูทดลอง”  แทบินที่เห็นว่าเท็ดดี้สงบอารมณ์แล้วจึงเอ่ยถามแทน

 

         “หลายอย่าง  ส่วนใหญ่ก็พวกยาเสพติดกับยาปลุก......  เอาง่ายๆก็ยาปลุกเซ็กส์นั่นแหละ”   น้ำเสียงที่ตอบกลับมายังคงราบเรียบเช่นเคย

 

         “แล้ว....  นายจะบอกว่ายองเบคือหนูทดลองยาเหล่านี้?”    น้ำเสียงของแทบินที่เริ่มไม่ปกติเพราะความหวาดกลัวแทนเพื่อนตัวเองและแทนยองเบ

 

         “พี่ยองเบเป็นคนที่ตอบสนองต่อความรู้สึกไวและตื่นตัวง่าย  ดังนั้นพี่ยองเบจึงเหมือนหนูตัวโปรดที่ใช้ทดลองยา  แต่ดีไม่ดีคงมียาตกค้างในร่างกายไว้เยอะอยู่ทีเดียว”   บุคคลที่นั่งนิ่งร่ายยาวราวกับท่องมาเป็นบทท่องจำ

 

         “แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน!!  มันทำอะไรยองเบ”  เท็ดดี้ที่ดูท่าจะเดือดอีกครั้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

 

         “ช่วงนี้มีตัวยาใหม่  คงจะออกไปหาหนูทดลองและอาจจะทำการทดลองอยู่ก็ได้  เดี๋ยวนะ? พวกคุณรู้จักพี่ยองเบหรือไงกัน?”   แม้ว่าจะมีคำถามแต่ทุกคนก็ไม่สนใจ เมื่อได้รับคำตอบเท็ดดี้รีบประมวลผลในสมองอย่างรวดเร็วทำให้รู้ได้ถึงว่าอันตรายกำลังมาจึงรีบสะบัดแทบินออกและวิ่งออกจากห้องไปทันที

 

         “เฮ้ยเท็ด...  เดี๋ยวผมตามไปเองครับท่านประธาน  เบ็คคยองนายกับจินฮวานช่วยเค้นข้อมูล  จียอนเธอเป็นคนจดรายละเอียด  เอาให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เดี๋ยวผมกลับมาครับ”  แทบินที่เห็นอีกฝ่ายวิ่งออกไปจึงรีบบอกทุกคนและวิ่งตามไปทันที

 

 

                                     ...................................

 

 

 

กลับมาที่อพาร์ตเมนท์เดิม

 

 

         “บ้าเอ้ย!!”  ลัมโบกีนีเรเบนตันเลี้ยวเข้าที่จอดรถที่เป็นจุดประจำข้างๆเบนท์ลีย์คันเดิม   ร่างสูงดับเครื่องยนต์เรียบร้อยก็ลงมาจากรถและไม่ลืมที่จะล็อครถ  สองขารีบทำการวิ่งตรงไปยังหน้าลิฟต์ผ่านหน้าฟรอนท์ต้อนรับต่างๆ  นิ้วกดปุ่มขึ้นรัวอย่างใจร้อน เมื่อลิฟต์มาถึงก็รีบขึ้นและกดปิดรัวโดยที่ไม่ลืมกดหมายเลขชั้น 24 ด้วย

 

         ‘บ้าเอ้ย  ยองเบคงไม่เป็นไรนะ’  เท็ดดี้คิดในใจอย่างร้อนรนและเมื่อลิฟต์เปิดที่ชั้นเป้าหมายก็รีบวิ่งมาถึงหน้าห้องทำการสแกนลายนิ้วมือเข้าไปห้องอีกฝ่ายทันทีโดยที่ประตูยังคงไม่ได้ปิด

 

         “ยองเบ!!”   เท็ดดี้วิ่งเข้าไปประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่งบนโซฟา   พลันสายตาเห็นชุดคลุมที่ถูกห่อหุ้มร่างกายแบบลวกๆ  ร่างกายของคนตัวเล็กเต็มไปด้วยร่องรอยที่ถูกกระทำรวมถึงคราบน้ำที่ยังคงเปรอะเปื้อนตามตัวและหว่างขา  มือที่ว่างเปล่าข้างหนึ่งกำเข้าหากันอย่างหนาแน่น  ภาพคนที่เขารักที่ถูกกระทำย่ำยีตรงหน้าทำให้ความโกรธแค้นและโมโหเข้าถาโถมสู่อีกฝ่ายทันที

 

         “พี่เท็ด...” ยองเบเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาทำให้เจ้าของชื่อรู้สึกตัว   ใบหน้าหวานที่มีคราบน้ำตาแห้งๆอยู่เต็มใบหน้ายิ่งทำให้ความโกรธมันเพิ่มในตัวร่างสูงเข้าไปอีก

 

         “ผม... // ช่างมันเถอะยองเบ  พี่รู้หมดแล้ว  ไม่ต้องกลัวนะครับ”  เท็ดดี้เขยิบอีกฝ่ายให้นั่งเข้ามาใกล้ๆและโอบไหล่ไว้  สักพักร่างเล็กก็โผเข้ากอดซบไว้และร้องไห้ออกมา

 

         “ไม่เอานะคนเก่ง  ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้องนะ”  เท็ดดี้ได้แต่ลูบหัวและหลังปลอบประโลมอีกฝ่ายไว้  แม้ในใจจะเดือดร้อนรนอย่างหนักแต่ก็ทำได้เพียงแค่นั่งปลอบคนๆนี้ไปก่อนเท่านั้น  เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงสงบสติและอารมณ์ตัวเองให้เย็นลงและอยู่กับคนตรงหน้าเท่านั้น 

 

         “เฮ้ยเท็ด  เท็ด!!” อีกเสียงหนึ่งซึ่งเป็นคนวิ่งตามเท็ดดี้มาได้เรียกหาเจ้าของชื่อแต่เมื่อเห็นสองคนอยู่ด้วยกันจึงเดินเข้ามาในห้องโดยที่ไม่ลืมปิดประตูและเดินมานั่งข้างๆเท็ดดี้ที่นั่งอยู่

 

         “ยองเบ...”  แทบินที่เหมือนจะเอ่ยปากถามแต่เมื่อเห็นสีหน้าเท็ดดี้ที่หันมาห้ามจึงเงียบลงทันที

 

         “ไม่เป็นไรนะเด็กน้อย  อย่าร้องนะครับๆ”  เท็ดดี้ลูบหัวร่างเล็กในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการปลอบอีกฝ่ายที่ค่อยๆหยุดร้อง

 

         “อย่าร้องน่ายองเบ  เดี๋ยวไม่สวยเท็ดดี้ไปมีเมียใหม่ยุ่งเลย”  สิ้นเสียงแทบินเท็ดดี้ก็หันขวับมามองด้วยสายตาอาฆาตทำเอาเจ้าของคำพูดถึงกับเสียวสันหลังวาบ   แต่จู่ๆเสียงหัวเราะเล็กๆในลำคอของคนที่เพิ่งหยุดร้องไห้พร้อมกับคำพูดสองพยางค์ที่ออกมา

 

         “バッカ” [bakka = คนบ้า]

 

         “โหยองเบ  คำนี้พูดติดปากจนพี่จำได้แล้วเนี่ย  เอาน่าาา  ร้องมากๆตาบวมหน้าช้ำดูไม่ดีไม่สวยไม่น่ารักเจ้าเท็ดดี้มันฟันแล้วทิ้งเดี๋ยวจะยุ่ง”  พูดจบปุ๊บทำให้เท็ดดี้จับยองเบให้นั่งพิงโซฟาดีๆและลุกขึ้นคร่อมเพื่อนสนิทตัวเองไว้  ต่อจากนั้นแทบินก็ถูกมือหนาเข้ามาบีบคอจนแน่นทันที

 

         “ไอ้เพื่อนบ้าาา  พูดอะไรออกมาวะ!! ไปตายซร้า~~~~~~!!!!!!”  เท็ดดี้ตะคอกใส่หน้าแล้วทำการเขย่าคออีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนหัวแทบหลุดจากบ่าเลยทีเดียว

 

         “แอ่กก...  ยองเบ๊~~ ไม่คิด.. จะลา กก. . สามีนาย .. ออกไปหน่อยเร๊อออออ”   แทบินร้องโอดครวญและพยายามแกะมือเท็ดดี้ออกแต่ก็ยังไม่เป็นผล

 

         “เชิญพี่ๆทั้งสองฟาดฟันกันตามสบายเหอะครับ  บ๊ายบายนะพี่แทบินนน ขอให้มีชีวิตรอดกลับมา ฮ่าๆๆๆๆ”  พูดจบร่างเล็กก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างหนักและดิ้นพราดๆพลางกุมท้องไปด้วย   แต่เพราะแบบนั้นทำให้เท็ดดี้หันไปมองอีกฝ่ายที่กำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขผิดกับเมื่อครู่  ขณะที่สายตายังมองร่างเล็กเพลินจู่ๆลูกถีบหนักก็ถูกส่งเข้ากลางท้องอย่างจังจนจุกและตกโซฟาลงไปนอนกับพื้นทันที

 

         “พี่เท๊ดดดดดดดด // ไปดีกว่า  อยู่แถวนี้เดี๋ยวจะกลายเป็น ‘กขค.’ ของใครบางคน ระวังสามีหนีไปมีภรรยาเล็กๆน้อยๆนะยองเบ  โชคดีๆ”  พูดจบแทบินก็ระเบิดหัวเราะทิ้งท้ายแล้วเดินหนีออกไปทันที

 

         “เป็นอะไรมั๊ยเนี่ย”   ยองเบก้มหน้าไปดูใกล้ๆอีกฝ่ายที่นอนกุมท้องอยู่กับพื้น  ทันใดนั้นเรียวปากเล็กก็ถูกขโมยจูบและผละออกอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

 

         “เป็นห่วงนายไง ถึงได้รีบมาหา”  คำพูดของคนที่นอนอยู่บนพื้นทำเอาอีกฝ่ายยิ้มน้อยๆออกมากึ่งเสียใจและดีใจ  แน่นอนว่าเสียใจที่อีกฝ่ายรับรู้ความจริงอันน่ารังเกียจ   แต่ก็ดีใจลึกๆที่อย่างน้อยเขาก็เป็นคนสำคัญมากพอที่ทำให้คนตรงหน้าเป็นห่วงตัวเขา

 

         “ยังไงก็รักเราละเด็กน้อย  พี่เชื่อใจเราเสมอ  และจะดูแลเราเองนะ”   ร่างที่นอนอยู่บนพื้นพูดขึ้นและยิ้มตอบกลับให้  ร่างเล็กที่ยิ้มอยู่จู่ๆก็คว้าหมอนจากโซฟาแล้วฟาดเต็มหน้าอีกฝ่ายทันที

 

         “แล้วเมื่อกี้ใครใช้ให้มาจูบห๊ะพี่บ้า!!  ไปอาบน้ำอีกรอบดีกว่า”  ยองเบทำหน้ามุ่ยแล้วลุกขึ้นยืนเดินหนีอีกฝ่ายไปทันที เขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบชุดและผ้าเช็ดตัวเตรียมไว้  แต่เมื่อเดินมาถึงห้องน้ำแผ่นหลังของร่างเล็กก็ถูกผลักเพื่อให้เดินเข้าไปข้างในก่อนที่คนตัวโตกว่าจะตามเข้ามาและล็อกประตูทันทีทำให้ยองเบหันไปมอง

 

         “มานี่! เดี๋ยวอาบน้ำให้” สิ้นเสียงปุ๊บก็เดินไปหาคนตัวเล็กเพื่อคว้าและทำการถอดชุดคลุมให้อย่างรวดเร็วจนร่างเล็กได้แต่ยืนนิ่ง

 

         “ถ้าพี่อาบน้ำให้ผม... ชุดพี่ตอนนี้ก็เปียกสิ”  เสียงของยองเบแผ่วเบาเมื่อถูกอุ้มขึ้นและถูกปล่อยให้ยืนในอ่างอาบน้ำ  เท็ดดี้ไม่พูดอะไรกลับจับร่างเล็กให้ยืนหันหลัง  มือเอื้อมไปเปิดฝักบัวและถือคอยทำความสะอาดให้ราวกับเห็นคนตรงหน้าเป็นเด็กน้อยจนเห็นว่าร่างตรงหน้าเปียกน้ำแล้วจึงปิดน้ำกับวางฝักบัวไว้  แขนโอบกอดคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้ๆตัวเองก่อนจะใช้นิ้วสอดเข้าข้างใต้เพื่อเกลี่ยทำความสะอาด

 

         “พะ... พี่เท็ด ดด  .. ตรงนั้น ผมทำเอง.. ได้”  เสียงสั่นครือออกมาจากกลีบปากเล็กได้รูปแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจยังคงทำความสะอาดให้ต่อไป  ยิ่งถูกสอดเข้าไปลึกขึ้นเท่าไหร่ยองเบยิ่งมีปฏิกิริยามากขึ้นเท่านั้น  ใบหน้าเล็กเริ่มมีสีเลือดขึ้นทีละน้อยรวมถึงร่างกายที่เริ่มสั่นทำให้ร่างสูงยิ้มออกมา

 

         “เป็นอะไรไปตัวเล็ก พี่กำลังทำความสะอาดอยู่นะ  ของเดิมๆน่ะต้องเอาออกให้หมด  เพราะนายต้องเป็นของพี่คนเดียว  เข้าใจไหม”  เท็ดดี้ล้างคราบเก่าออกและเปิดน้ำล้างนิ้วจนหมด  แต่ด้วยความที่อยากแกล้งจึงขบเข้าใบหูเล็กหลายๆทีรวมถึงนิ้วที่สอดใส่เข้าไปแต่เป็นการกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย  จนสุดท้ายเสียงครางเริ่มออกมารวมถึงสะโพกเล็กที่ขยับขึ้นลงเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจน  เท็ดดี้จึงถอนนิ้วออกจากช่องสีหวานข้างล่างนั่นก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหูเล็กไล้ขบเม้มลงมาตามคอราวกับเป็นการชะล้างรอยเก่าไม่ให้

 

         “อื้ออ  .. ช่วยผม น..นะ  อ๊าา า”  เมื่ออยากแกล้งแต่กลับกลายเป็นตัวเองที่ทนไม่ไหว  ทำให้อดไม่ได้ที่จะเร่งเร้าและรุนแรงขึ้น  จนเมื่อพอใจร่างสูงจึงจับให้คนตัวเล็กหันมาหาตนพร้อมกับปลดกางเกงตัวเองออกและโยนออกไปบนพื้นนอกอ่างอาบน้ำ  แผ่นหลังเล็กถูกผลักติดกำแพงก่อนที่ขาจะถูกยกขึ้นแยกออกให้เกี่ยวเอวอีกฝ่ายไว้และอาวุธรักถูกสอดใส่เข้าแทนที่ทันที

 

         “อ๊า า .. อืออ  นั่นแหละ ..  อื้มม มม”  แขนเล็กโอบเข้ารอบคอร่างสูง ร่างกายขยับไปตามแรงกระแทกที่ถูกส่งเข้ามาตามความต้องการอีกฝ่าย  ยิ่งอีกฝ่ายแนบชิดซุกไซร้ลำคอตนเองอย่างรุนแรงยิ่งเรียกเสียงครางหวานหูได้มากขึ้น  สะโพกสองฝ่ายถูกแนบชิดกันรวมถึงแก่นกายที่กดเข้าไปจนลึกและกระแทกอย่างรุนแรง

 

         “อาา.. นายนี่มันจริงๆเลยนะ  อื้ม มม”  เท็ดดี้ครางเสียงต่ำออกมา  มือหนาจับขาเล็กสองข้างพาดไหล่ตัวเองไว้และดันแท่งเนื้อของตนเข้าไปจนมิดทำให้ยองเบที่เหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายไว้อยู่ต้องเปลี่ยนเป็นจิกเล็บและขยำเสื้อสูทคนตรงหน้าอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ที่คุกกรุ่นจนแทบจะระเบิดออกมา  สะโพกเล็กแอ่นรับเป็นจังหวะตอบสนองความต้องการตนเองมากขึ้นยิ่งทำให้อีกฝ่ายซอยถี่เพิ่มความเร็วแต่กลับนุ่มนวลราวกับเป็นจังหวะที่ต่อกัน

 

         “อื้อ ออ.. ไม่ วะ.. ไหวแล้วน้าา าาา ~ ~~”  เสียงหวานร้องขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยความต้องการออกมาจนเลอะเต็ม  เท็ดดี้กระแทกอีกไม่กี่ครั้งจากนั้นน้ำรักก็ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายคนตัวเล็กจนเต็ม  เมื่อถอนแก่นกายออกทำให้น้ำรักที่เต็มไหลย้อนออกมาหยดปะปนกับหยดน้ำ  ใบหน้าที่น่ารักตอนนี้แดงก่ำและอาการหายใจเหนื่อยหอบรวมถึงร่างที่ยังคงกอดทำให้เขาหัวเราะและยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู  เขาค่อยๆผละออกและจับขาวางลงเพื่อจะให้ยืนดีๆแต่เพราะความเหนื่อยอ่อนสะสมทำให้ยองเบทรงตัวไม่อยู่จึงต้องเกาะไหล่ร่างสูงไว้   เท็ดดี้จัดการอาบน้ำทำความสะอาดให้ร่างเล็กและส่วนล่างของตัวเองที่เปรอะเปื้อนจนหมดจากนั้นจึงให้ร่างเล็กนั่งลงตรงขอบอ่างเพื่อที่ตัวเองจะได้ใส่กางเกงให้เรียบร้อยแล้วจึงหยิบชุดนอนกลับมาแต่งตัวให้และช้อนอีกฝ่ายอุ้มไว้  เท็ดดี้เดินมาจนถึงห้องนอนอีกฝ่ายและจัดการวางลง  ขณะที่กำลังหันหลังเดินกลับกับถูกดึงมือไว้ทำให้ต้องหันไปมอง

 

         “ผม.. อยากไปนอนห้องพี่ .. และพี่ต้องนอนกอดผมด้วย  ได้มั๊ยฮะ?”  ยองเบถามด้วยสายตาเว้าวอนทำให้เท็ดดี้อดยิ้มไม่ได้  สำหรับเขาคนตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กตัวน้อยๆที่เปราะบางต้องการคนดูแลและเขาเองก็คือคนที่จะดูแลอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ  เท็ดดี้ช้อนยองเบอุ้มขึ้นอีกรอบ  แต่คราวนี้กลับเดินออกมาจากห้องอีกฝ่ายและข้ามไปห้องตรงข้ามที่เยื้องไปนิดเดียวซึ่งเป็นห้องของตัวเอง  ขาสองข้างค่อยๆสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนตัวเองอย่างไม่รีบร้อนและจัดการวางอีกฝ่ายลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา  เรียวปากหนาประทับลงบนหน้าผากคนตัวเล็กก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

 

         “พี่ไปอาบน้ำอีกรอบก่อนนะครับ  สัญญาว่าจะกลับมานอนกอดเรา  เหนื่อยก็นอนหลับพักซะนะ  เบ้น้อยของพี่ ^ ^”

 

 

 

                                    .......................................

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

 

         “โธ่เว้ย!!!!!”   เสียงสบถดังลั่นพร้อมกับข้าวของที่ถูกปัดและเหวี่ยงทำลายจนกระจายเต็มห้อง  หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพบุคคลที่ในอ้อมกอดมีคนโปรดของตนอยู่ในสภาพที่ยิ้มอย่างมีความสุขทั้งคู่ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก  แก้วไวน์ที่เคยดื่มกลับถูกบีบจนแตกและทิ่มแทงมือจนหยดโลหิตสีแดงไหลเป็นทางแต่เขาก็หาได้สนใจความเจ็บปวดนั้นไม่  ตอนนี้กลับมีแต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกอย่างเต็มเปี่ยมมากกว่า

 

         “เป็นอะไรไปล่ะฮึ ...  มาสเตอร์คนเก่ง”   น้ำเสียงเข้มดุเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆภายใต้ความมืด  บุคคลที่เดินมาตรงหน้ายิ่งทำให้เจ้าตัวที่ถูกเรียกหงุดหงิดเข้าไปอีก

 

         “คุณก็น่าจะรู้ว่าเรื่องเดียวที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ได้  มันเรื่องอะไร”  น้ำเสียงกระชากห้วนๆตอบกลับไปอย่างไม่สนใจไยดี  ทำให้อีกฝ่ายที่มาเยือนกระตุกยิ้มขึ้นมา

 

         “หึ! ก็แค่ทนเห็นพี่ชายตัวเองมีความสุขไม่ได้ก็แค่นั้น”  คำพูดกวนประสาทแต่แทงใจดำเข้าทำให้คนที่ถูกเรียกว่ามาสเตอร์หันมาตาขวางใส่

 

         “มันไม่ใช่พี่ชายผม!!!!! ผมไม่มีทางนับถือมันเป็นพี่ชายเด็ดขาด  มันแย่งทุกอย่างไปจากผม  ทั้งครอบครัว ทั้งความรักจากผู้คนรอบข้าง  ไอ้บ้านั่นมันแย่งไปจากผมทั้งนั้น  ผมเกลียดมัน!!!! เกลียดไอ้เวรนั่น  ทำไมทุกคนต้องเห็นมันดีไปหมด  รวมถึงยองเบด้วย  ทำไมถึงต้องรักไอ้หมอนั่น  ไอ้บ้าฮงจุนเอ้ยย!!”  พูดจบก็หยิบขวดไวน์เขวี้ยงลงพื้นระบายอารมณ์โกรธจนแตกกระจายเต็มไปหมด  ความโกรธอาฆาตแค้นถูกสุมไว้ในอกตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย  ด้วยความที่เขาเป็นลูกแท้ๆของตระกูลชเว เมื่อคุณชายและคุณหญิงตระกูลปาร์คได้สิ้นใจ คุณนายชเวจึงรับเด็กคนนึงซึ่งเป็นเด็กชายตระกูลปาร์คมาเลี้ยงไว้  แต่ด้วยความที่ถูกอบรมสั่งสอนมาดีทำให้เด็กชายเป็นที่เอ็นดูของบ้านชเว  รวมถึงทั้งด้านการเรียนที่โดดเด่นยิ่งทำให้คุณนายชเวปลื้มเด็กคนนี้เข้าไปอีก 

 

         เมื่อทั้งบ้านให้ความใส่ใจเด็กชายฮงจุนมากขึ้นทำให้ลูกชายตระกูลชเวตัวจริงดูโดดเดี่ยว  จนกลายเป็นเด็กเกเรมีปัญหาสร้างความปวดหัวให้กับคนที่บ้านประจำ  ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งหนักทั้งติดเหล้าติดหญิงเที่ยวเสเพลไม่เรียนหนังสือ  กลายเป็นว่าทั้งบ้านจึงเหมือนกับว่าแค่เลี้ยงส่งๆไปงั้นๆซึ่งตรงกันข้ามกับฮงจุนหรือเท็ดดี้ที่นับวันโตขึ้นก็ยิ่งมีการงานที่ดี  จนความแตกแยกของทั้งสองมาถึงเมื่อเท็ดดี้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าศูนย์บัญชาการลับพิเศษควบคุมความปลอดภัยระหว่างประเทศ  ในขณะที่เทมป์นั้นกลับกลายเป็นนักฆ่ามือหนึ่งภายใต้นามแฝงว่าวิคอยู่กับองค์กรแบล็คซึ่งเป็นกลุ่มผู้ร้ายที่สร้างความวุ่นวาย  ดังนั้นด้วยความแตกต่างทำให้เทมป์หนีออกจากบ้านมารวมถึงตอนนั้นเทมป์ได้กลายเป็นมาสเตอร์ผู้คอยควบคุมลูกน้องทั้งหลายจึงเหมือนกับว่าก้าวเข้าเส้นทางนี้อย่างเต็มตัว   ทั้งคู่ไม่ได้พบกันอีกจนเทมป์แทบจะลืมอีกฝ่ายไปแล้ว จนกระทั่งยองเบซึ่งถูกลากเข้ามาอยู่ในวงการนี้และกล้องที่ติดอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในที่พักของยองเบทำให้เห็นคนที่ตัวเองเกลียดนักเกลียดหนาอีกครั้ง  เทมป์จึงคิดจะใช้ยองเบเป็นเครื่องมือในการเอาคืนเท็ดดี้หากแต่ว่า...

 

         “หลงเด็กคนนั้นสินะ   นายน่ะ  หลงยองเบเข้าแล้วสินะนายวิค”  คำพูดของอีกฝ่ายทำเอามาสเตอร์วิคหรือเทมป์สงบลง  ดวงตาที่เกรี้ยวกราดค่อยๆเปลี่ยนไป

 

         “ยองเบ... เป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่น  ทุกวันนี้ยิ่งสัมผัสผมก็ยิ่งอยากเอามาเป็นเจ้าของ  ใช่!!  ผมคงหลงเด็กนั่นไปแล้ว  หัวหน้าจะให้ผมทำไง”  สิ้นเสียงคนที่เป็นหัวหน้าใหญ่จึงหยิบกระดาษโน๊ตและปากกามาเขียนไว้ก่อนจะฉีกวางไว้บนโต๊ะข้างๆตัวอีกฝ่ายแล้วเดินหันหลังจากไป  เทมป์หยิบมันขึ้นมาอ่านก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

 

         ‘ถ้าอยากได้นัก  ก็ไปเอามาซะสิ’

 

 

 

                                    .................................

 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

 

         “งืมมมม”  ร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ลืมตาขึ้นพร้อมกับทำท่าจะลุกแต่ก็ไม่สามารถลุกได้เพราะพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของอีกคนที่เขาเองเป็นคนสั่งให้มานอนกอด  ยองเบพลิกตัวหันไปมองอีกฝ่ายที่กำลังนอนหลับอยู่  ยิ่งมองร่างเล็กก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา  มือเล็กทำท่าจะยกแขนอีกฝ่ายออกไปแต่กลับไม่ได้ผลหนำซ้ำตัวเองยังถูกกอดแน่นกว่าเดิม

 

         ‘คนบ้า  บอกให้นอนกอดแต่ไม่ได้ให้กอดแน่นขนาดนี้นะ!’

 

         “เฮ้ออ .. กอดแน่นขนาดนี้จะลุกยังไงดีเนี่ย”  ยองเบพึมพำเบาๆเมื่อเห็นว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้  จึงนอนซุกตัวแนบกับร่างสูงและหลับตาลงแต่ยังคงตื่นอยู่

 

         “นอนนิ่งเลยนะ  เด็กน้อย”  เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้ยองเบเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังยิ้มให้

 

         “พี่บ้า! ปล่อยเลยนะจะลุกแล้ว”  ร่างเล็กพูดพร้อมกับทุบเข้าที่แผงอกอีกฝ่ายเพื่อจะให้ปล่อยแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกกอดแน่นขึ้น

 

         “ทำไมละครับ  พี่ชอบตอนนายนอนนี่นา  น่ารักดี”  พูดจบก็ผลักร่างเล็กให้นอนหงายราบแล้วขึ้นคร่อมทันที  ใบหน้าที่อยู่ห่างกันไม่กี่เซ็นทำให้สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน  เรียวปากหนาเตรียมก้มประทับรอยจูบแต่กลับถูกนิ้วเล็กยกขึ้นแตะไว้พร้อมกับใบหน้าข้างใต้ที่ส่ายไปมาเบาๆ   เท็ดดี้ยิ้มออกมาและจับนิ้วอีกฝ่ายออกพร้อมกับเปลี่ยนเป้าหมายที่จะประทับจุมพิตเป็นซอกคอของร่างเล็กแทน

 

         “พี่อ๊า า  ตื่นมาก็จะหื่นใส่ผมเลยหรือไงเนี่ย”  แม้ปากจะบ่นแต่แขนกลับโอบกอดแผ่นหลังกว้างรวมถึงมืออีกข้างที่กดหัวอีกฝ่ายให้แนบชิดยิ่งขึ้น

 

         “เด็กน้อย  ยั่วแบบนี้พี่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะครับ”  เท็ดดี้กระซิบเข้าข้างหูแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นถูกเป่าเข้าที่หูเล็กเบาๆก่อนจะขบเม้มด้วยความเอ็นดูทำให้คนข้างใต้หัวเราะออกมา

 

         “พี่อ๊ะ ปล่อยผมเลยย จั๊กกะจี้น้าา”  ยองเบลากเสียงหวานยาวๆ  เมื่อผละออกก็เห็นใบหน้าเล็กส่งสายตาออดอ้อนทำให้ยิ้มออกมา

 

 

         #เท็ดเอ้ยยย เปิดประตูหน่อยว้อยยย  กูกับจินฮวานมีเรื่องจะคุยด้วย  เรื่องงานนะมึงง  กูรู้ว่ามึงตื่นแล้วเพราะงั้นเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะว้อยไอ้หมีควายยย#

 

 

         “ไอ่เวรกุชชี่  มาไม่เคยเป็นเวลาเลยจริงๆ”  เท็ดดี้ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเมื่อได้ยินเสียงที่พูดผ่านลำโพงหน้าห้องดังเข้ามาถึงข้างใน  เขาผละออกจากร่างเล็กและเตรียมเดินออกไปเปิดประตูให้

 

         “พี่เท็ดดี้!!”  เสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง  จู่ๆร่างเล็กก็วิ่งมาจูบอย่างรุนแรงจนแทบไม่ทันตั้งตัวแถมแขนเล็กยังโอบคอร่างสูงให้โน้มลงมาด้วย  แต่พอเท็ดดี้กำลังจะกดจูบหนักขึ้นยองเบก็รีบผละออกก่อนจะยิ้ม

 

         “รีบไปเปิดประตูให้พี่แทบินสิฮะ”  ยองเบผละออกแล้วกระโดดหอมแก้มอีกฝ่าย  เท็ดดี้หัวเราะให้กับท่าทางของยองเบจึงจับมือเล็กและประทับรอยจูบลงบนหลังมือเบาๆก่อนจะผละออกแล้วรีบเดินไปเปิดประตูอีกที

 

         “ทำไมเปิดช้าจังวะไอ้... อ่าว ยองเบ”  ขณะที่แทบินกำลังอ้าปากด่าจู่ๆก็หันไปเห็นยองเบที่อยู่ในสภาพชุดนอนซึ่งก็คือเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางๆและบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วแทบินจึงยิ้มออกมา

 

         “อะไรวะ  เดี๋ยวนี้ถึงขั้นขนาดต้องเอาเมียมานอนกกไว้ในห้องตัวเองเลยเหรอวะเท็ด  แล้วดูสภาพเมียนายดี๊  โทรมขนาดนี้สงสัยคงจะหื่นใส่เมียแหงๆ”   พูดจบก็ระเบิดหัวเราะออกมาแต่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกจินฮวานถีบเข้ากลางหลังจนแทบจะล้มหน้าฟาดพื้นด้วยความหมั่นไส้และรำคาญก่อนที่จะปิดประตูลงทันที  หนุ่มหน้าสวยเดินเข้าไปนั่งโซฟากลางห้องพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลบางๆโยนลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าทันที

 

         “พูดมากน่ารำคาญว่ะแดนนี่  ยองเบยังไงนายช่วยกลับไปที่ห้องก่อนนะ  พี่กับไอ้บ้าแว่นมีเรื่องงานจะคุยกับเท็ดมันน่ะ”  พูดจบปุ๊บยองเบก็พยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากห้องเท็ดดี้ทันที  รอจนมั่นใจว่ายองเบเข้าห้องตัวเองไปแล้วจึงเริ่มเปิดประเด็นสนทนานี้ทันที

 

         “เท็ดดี้  เมื่อคืนนี้เราได้รับซองจดหมายสีน้ำตาลซึ่งก็คือซองนี้  มันจ่าหน้าซองถึงนายแต่ว่าไม่มีชื่อผู้ส่ง  เขียนมาแค่อย่างเดียวคือ ‘องค์กรแบล็ค’”  พอจินฮวานพูดจบเท็ดดี้ถึงกับรีบคว้าซองกระดาษออกมาฉีกเปิดทันที  ข้างในเป็นแผ่นซีดีที่ใส่กล่องใสมาอย่างเรียบร้อยสร้างความฉงนให้กับเจ้าตัวยิ่งนัก

 

         “ชั้นลองเปิดดูแล้ว  มันไม่มีไวรัสหรืออะไรทั้งนั้น  หากแต่ว่าในนั้นมันเหมือนคนๆนึงต้องการพูดกับนายและก็เรื่องนี้เกี่ยวกับยองเบด้วย  ชั้นอยากให้นายเปิดดูเองตอนนี้  นายเป็นคนเดียวที่พอจะรู้เรื่องและอาจจะตอบคำถามได้ว่าคนในนั้นคือใคร”  จินฮวานคว้าแผ่นกลับก่อนที่จะเดินไปเปิดเครื่องเล่นดีวีดีและใส่แผ่นเข้าไปรวมถึงเปิดทีวีด้วย   เมื่อเปิดปุ๊บใบหน้าที่เป็นคนคอยพูดต่างๆมันคุ้นเคยมากและเท็ดดี้เองก็จำได้ว่าคนๆนี้คือใคร

 

 

         “ว่าไง ‘พี่ชาย’ของผม  ไม่เจอกันนาน  จำผมได้มั๊ย? ใกล้ตายหรือยัง?  เอาเถอะๆ  ผมก็แค่ ‘คิดถึง’ คนกันเองอย่างเราๆอะนะ  แต่เผอิญว่าผมคิดถึง ‘เมียพี่’ มากกว่าซะอีก.. ยองเบไงล่ะ  ฮ่าๆๆ”  ภาพหน้าจอฉายให้เห็นอดีตน้องชายตนเองที่หายไปกำลังพูดถึงตนเองและคนที่ตนเองรัก

 

         ‘เดี๋ยว?  รู้จักยองเบด้วยเหรอ?’

 

         “ทำไมผมจะไม่รู้จักยองเบล่ะ  ก็ผมเนี่ยแหละมาสเตอร์ตัวแสบที่ทำให้พี่ปวดหัวเรื่องยองเบไงล่ะ  จะว่าไป... พี่เข้าใจเลือกดีนี่  หน้าตาเวลายองเบโดนยาหรือถูกปลุกขึ้นมา  ยิ่งเสียงหวานเนี่ยและลีลาเนี่ย  มันเร้าใจดีนะครับ  ว่ามั๊ย”  มาถึงตรงนี้เท็ดดี้ถึงกับตาสว่าง  มือที่ว่างสองข้างกำเข้าหากันจนแทบจะจิกมือตัวเองด้วยความโกรธ  ในเมื่อคนที่ย่ำยีคนรักของเขากลับเป็นคนที่เขายังคงตามหาตัวอยู่เพื่อจะให้กลับมาเป็นน้องตัวเองอีกครั้ง

 

         “เอาเป็นว่า...  พักเรื่องของเมียพี่ เอ๊ะ ถ้างั้นก็ต้องเป็นเมียผมด้วยสิ  ช่างมันๆพักไว้ก่อน  เอาเป็นว่าผมขอเตือน  ถ้าทางพี่ยังคอยยุ่งกับทางองค์กร  ผมไม่รับประกันความปลอดภัยของยองเบนะ  ยิ่งช่วงนี้ผมรู้สึกอยากได้ยองเบมาเป็นของตัวเองซะด้วย  ระวังไว้ก็ดีนะ  เพราะอย่าลืม  ‘ผมควบคุมยองเบได้’  พี่เป็นหัวหน้านี่  ก็แค่สั่งลูกน้องไปว่าอย่ายุ่งกับเรื่ององค์กรแบล็คเป็นพอ  ‘ถ้าพี่ยังรักยองเบอยู่’  ว้าาา  เวลาผมหมดซะละ  เอาเป็นว่าผมเตือนแล้วนะ  เพราะถ้าพี่ไม่ทำตาม  ‘ทุกคนที่พี่รู้จักจะหายไป’”   จบประโยคสุดท้ายหน้าจอทีวีก็กลับกลายเป็นสีดำเนื่องจากวีดิโอหยุดการทำงาน  เท็ดดี้เอนหลังพิงโซฟาพร้อมกับถอนหายใจแรงๆออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน   ดวงตาปิดลงราวกับเหนื่อยล้าอย่างหนัก

 

         “นั่นมันเจ้าเทมป์  น้องชายที่ชั้นเคยเล่าให้ฟังไงล่ะจินฮวาน  เจ้านี่แหละที่ชั้นกำลังตามหาเพื่อจะให้มันกลับมาเป็นน้องชายชั้นอีกครั้ง....  ไม่นึกเลยว่าตั้งแต่มันออกจากบ้านไปมันจะเป็นแบบนี้”  เท็ดดี้พูดขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสายตาของทั้งคู่ที่จ้องราวกับจะหาคำตอบจากตัวเอง

 

         “ห๊ะ!! นั่นน่ะนะลูกชายตระกูลชเวที่โด่งดังในโซลที่นายเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลนั้น”  แทบินร้องออกมาอย่างตกใจและคำตอบที่ได้รับก็คือใช่

 

         ‘เพล้ง!!’  เสียงเหมือนของตกแตกที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสามสะดุ้ง  แต่คนที่หนักกว่าคือเท็ดดี้เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าเสียงมาจากไหนจึงวิ่งออกและตรงไปที่ห้องร่างเล็กทันที  เมื่อเข้าไปก็รีบมองหาแต่กลับไม่พบ

 

         “มาสเตอร์!! ปล่อย . อ๊าา า  อึ่กก .. ปล่อยผม”  เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากผนังที่ถูกกั้นซึ่งภายในเป็นห้องนอนของยองเบ  ทำให้เท็ดดี้ร้อนใจมากขึ้นจึงรีบวิ่งและเปิดประตูเข้าไปถึงกับอึ้ง  เท็ดดี้มองร่างของยองเบที่อยู่ข้างใต้คนที่ยองเบเรียกว่ามาสเตอร์หรือเทมป์  ยิ่งสภาพของยองเบที่ตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะไร้อาภรณ์ปิดบังยิ่งทำให้เท็ดดี้เดือดดาลจนถึงขีดสุดเลยง้างมือเตรียมจะเข้าไปชกแต่ทว่า...

 

         “ฮึ่ก!.. พี่เท็ด.. อย่าเข้ามา!!”   เสียงจากร่างเล็กร้องห้ามอย่างสั่นเพราะหวาดกลัวจนทำให้เท็ดดี้หยุดชะงัก  เท็ดดี้ที่งุนงงกับคำพูดของยองเบรู้ตัวอีกทีทั้งสามคนก็โดนของแข็งกระทบเข้าที่ท้ายทอยอย่างจังจนสลบไปพร้อมกับเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน

 

         “พี่!!!!!”

 

 

                                    ...............................

 

 

 

         “อืมม”  เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในขณะที่เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ  สายตาพยายามปรับภาพที่พร่ามัวให้ชัดเจนขึ้นทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเขาเอง  ร่างสูงพยายามจะใช้มือยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ยันไม่ได้แขนข้างซ้ายของเขาถูกทับไว้เพราะยองเบกุมมือและนอนทับแขนเขาไว้  ส่วนแขนข้างขวาที่ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้ามาทำให้ต้องหันไปมอง  รอยแผลที่ถูกกรีดเป็นตัวอักษรสี่ตัวทำให้รู้และมั่นใจว่าเจ้าของชื่อนี้ต้องเป็นคนที่เขาตามหาแน่ๆ

 

         ‘เฮ้อ... ทำยังไงนะ  พี่ถึงจะปกป้องนายได้  เด็กน้อยเอ้ย’   เท็ดดี้คิดพลางทิ้งตัวนอนลงอีกครั้ง  มือข้างที่ว่างก่ายหน้าผากตนเองและหลับตาพักลงอย่างเหนื่อยและท้อ  แต่คงเป็นเพราะทิ้งตัวลงบนเตียงแรงไปทำให้ยองเบรู้สึกตัวตื่นขึ้น

 

         “หือ...  ตื่นแล้วเหรอฮะ”  เสียงเล็กเอ่ยขึ้นทำให้คนที่พักสายตาอยู่ลุกตัวขึ้นมาดู   ร่างเล็กที่อยู่ในสภาพดูโทรมๆรวมถึงดวงตาที่บอบช้ำ  ใบหน้าเล็กที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มเจือปนความเศร้าหมองทำให้อดสงสารและโมโหตัวเองไม่ได้

 

         “อืมม  นายนอนเฝ้าพี่งั้นเหรอ?”   เมื่ออีกฝ่ายที่ยังนั่งอยู่บนเตียงเห็นร่างเล็กพยักหน้าเป็นคำตอบจึงทำเสียงตอบรับในลำคอ

 

         “แต่ว่า ก่อนหน้าพี่สักชั่วโมงได้มั๊ง  พี่แทบินเค้ารู้สึกตัวจึงเอาตัวพี่จินฮวานไปด้วยครับ  ........ ผมขอโทษ  เป็นเพราะผมแท้ๆ มาสเตอร์เค้าวางแผนไว้ต้องการให้พี่เห็น  ผมรู้ว่าผมไม่ควรร้องห้ามเพราะพี่ต้องโดนแบบนั้นแต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย .. ฮึ่กก!   ผมขอโทษฮะ”  พูดจบดวงตาเล็กก็ปรากฏน้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อล้นและไหลออกมาอาบข้างแก้ม  ทำให้เท็ดดี้อดไม่ได้ที่จะใช้มือหนาปาดน้ำตาออก  ทันใดนั้นร่างเล็กก็โผกอดคนที่นั่งอยู่บนเตียงทันที  ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำได้แค่ลูบหัวปลอบตามเคย  ในใจก็นึกโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสามารถตามเทมป์ได้ที่ไหนแถมยอมเบเองก็ไม่สามารถตอบได้อีกด้วย  ยองเบปล่อยโฮออกมาอย่างหนักจนสักพักถึงจะหยุดร้อง

 

         “เฮ้อ...   ทำไมนะเทมป์  ทำไมนายทำแบบนี้”  เท็ดดี้พึมพำกับตัวเองเบาๆแต่เพราะชื่อที่กระแทกหูยองเบนั้นเป็นชื่อที่คุ้นเคยทำให้ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย   เท็ดดี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเล่าความจริงทั้งหมดออกมา

 

         “.... ทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้แหละ  พี่ก็ไม่เข้าใจว่า ทั้งๆที่เจ้าเทมป์มันก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกันทำไมยังทำแบบนั้นกับนาย ....... เอาเป็นว่า  ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป  พี่จะจัดคนดูแลให้นายนะ  เดี๋ยวพี่คงต้องขอตัวก่อน  เพราะนี่พี่ก็คงสลบไปนานแล้ว  ยังไงก็คงต้องไปทำงาน  แล้วพี่จะกลับมานะครับ”  แก้มเล็กที่เปื้อนคราบน้ำตาถูกจูบซับทีละนิดอย่างบอบบางและแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่มอบให้อย่างเต็มใจ  ยองเบปล่อยอ้อมกอดอีกฝ่ายก่อนที่ร่างสูงจะเดินจากไป   สักพักหนึ่งก็มีเสียงระบบเตือนขึ้น

 

 

         #You have a voice message from ‘your master’. Would you like to open it now?#

 

 

         “Yes”   คำสั่งตอบรับสั้นๆพร้อมกับร่างเล็กที่เดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนั่งเล่นของตน  สไลด์หน้าจอถูกเลื่อนลงมาพร้อมกับหน้าจอคำสั่งใหม่

 

         “ว่าไงยองเบ... เรื่องเมื่อเช้าช่างมันเถอะนะ  เอาเป็นว่าตอนนี้มีงานให้นายทำ  รายละเอียดเป็นดังนี้”  เสียงคุ้นเคยของมาสเตอร์คนเดิมดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนเป็นรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าของเป้าหมายทำให้ยองเบถึงกับอึ้ง

 

         “น่าจะรู้จักดีนะ...  ควอนจียง เพื่อนของนายไงยองเบ  คราวนี้อาจจะลำบากใจนายหน่อย แต่ยังไงซะนายก็ต้องทำ ถ้านายไม่ยอมรับนายก็รู้นี่นาว่าผลมันต้องเป็นยังไง”   สิ้นเสียงหน้าจอเดิมก็ดับลง  หลังจากนั้นก็ปรากฏสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองรูป  ซึ่งรูปสีเขียวเป็นคำว่า Accept กับอีกรูปสีแดงที่เป็น Decline   ยองเบยืนนิ่งโดยที่ยังไม่ยอมทำอะไร  สักพักเมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบหยิบมือถือกดหมายเลขโทรหาเจ้าของงานที่สั่ง  จนเมื่ออีกฝ่ายรับสายจึงเริ่มพูดทันที

 

         “มาสเตอร์!! ผมอยากรู้ใครสั่งมา”

 

         (น้ำเสียงดูเดือดร้อนมากเลยนะยองเบ)

 

         “ก็นั่นมันเพื่อนผม  จะให้ผมฆ่าเพื่อนของตัวเองทั้งทีผมขอรู้คนสั่งงานจะไม่ได้หรือไง”

 

         (ดุจริงน่าา  นายนี่นะ  มันน่าจับ...)

 

         “หยุดกวนประสาทผมได้แล้ว!!!! ผมขอถามอีกครั้ง  ใครสั่งงานนี้มา!!!”

 

         (โอเคๆ  อยากรู้ใช่ไหม  ชั้นเนี่ยแหละเป็นคนสั่งงานให้นายเอง  และชั้นก็คือคนจ้างนายสำหรับงานนี้)

 

         “ทำไม!!! แต่ก่อนคุณเองก็เห็นจียงเป็น....”

 

         (หมอนั่นน่ะ  ฝีมือตกเอาทุกวันๆ  อีกอย่าง ถึงจะสวยแต่อย่างน้อยเวลาโดนยามันก็ไม่เหมือนนายนี่นา  นายเองก็น่าจะรู้ตัวเวลาตัวเองโดนนะ  มันทำให้ชั้นคลั่งเลยทีเดียว)

 

         “หยุดสักที!!!  แค่เรื่องวันนี้ผมก็ไม่มีทางให้อภัยคุณแล้ว  ทำไมต้องสั่งให้ผมทำร้ายเพื่อนของผมด้วย คุณก็รู้ว่าผมทำไม่ลง!!!”

 

         (หึหึ มาหาชั้นสิ  เผื่อชั้นจะพิจารณาว่าจะยกเว้นดีมั๊ย  แต่ถ้านายไม่มาหาชั้น  ไม่แน่ว่า.... )

 

         “โอเค ผมจะไปหาคุณก็ได้”

 

         (ให้เวลายี่สิบนาทีในการเดินทางละกัน)

 

         “ฮึ่ยยย!! บ้าจริง”   ทันทีที่อีกฝ่ายตัดสายทิ้งยองเบก็สบถออกมา  แม้ว่าจะไม่อยากไปแต่ว่าถ้าเกิดสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจริงซึ่งก็คือการยกเว้นการฆ่าจียงเพื่อนสนิทตัวเองได้เขาก็ยอม  ร่างเล็กรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่รู้ว่าหน้าจอแผนงานที่ค้างไว้ได้ถูกทำการแฮคให้เลือกอัตโนมัติเป็น Decline เรียบร้อยแล้ว

 

 

                                    ..............................

 

 

BONUS!!

 

 

 

คราวที่แล้วตาลเอารูปรถพี่เบ้ในฟิคเรื่องนี้ให้ดู  คราวนี้ตาป๋าเท็ดบ้างล่ะ!! แทนแท๊นนนน

 

 

 

 

 

 
Lamborghini Reventon Roadster
 
 

 

เหมือนเครื่องบินขับไล่ แต่ชอบ อยากได้.....
ราคาเบาะๆค่ะทุกคน  เพราะมันมีแค่ 20 คันในโลก  ราคาเหรออ ฮะๆๆๆ (หัวเราะแบบโรคจิต)
 
 
 
Only 1.75 Million U.S.Dollar!!!!
(สครีม+นอนตาย)

[Fiction]The Last Revolver Part 1 + Bonus Bentley

posted on 28 Oct 2010 02:05 by namtaniez  in Fiction
Special Song:: Magnet - Megurine Luka & Hatsune Miku
Pairing:: TEDSUN [Ft.TOPSOL]
Chapter:: 1/?
 
 
 
 
 
 
 
        “พี่เท็ดคร้าบบบบ”   เสียงใสกรอกลงไปตามโทรศัพท์มือถือพร้อมกับรอยยิ้มร่าที่ฉายอยู่บนใบหน้า  ขาสองข้างทำหน้าที่เดินออกจากร้านสรรพสินค้าตรงไปยังที่จอดรถ แขนอีกข้างโอบถุงกระดาษบรรจุวัตถุดิบสำหรับทำอาหารมื้อค่ำในวันนี้

 

 
        “เย็นนี้ว่างไหมอ่ะ  จะชวนมากินข้าวที่ห้องผมอะ”
 

        (พูดซะอย่างกับห้องของเราสองคนไกลเหลือเกินนะยองเบ ฮะๆๆ)

 

        “ถามพี่ไม่ได้ให้พี่มาหัวเราะผมนะ!!”

 

        (โอ๋ๆ อย่างอนน่าเด็กน้อย   พี่ต้องดูงานก่อนนะยองเบ)

 

        “อ่า... ถ้าพี่ติดงานก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ”

 

        (พี่ไม่แน่ใจไง  ตอนนี้พี่ก็เคลียร์เคสต่างๆจนจะหมดแล้วล่ะ  เพียงแต่พี่แค่ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรเพิ่มหรือเปล่า)

 

        “งั้นอีกครึ่งชั่วโมงพี่โทรหาผมได้มั๊ยอะ   ถ้าพี่ว่างผมจะได้ทำเผื่อ”

 

        (ครับผม   แล้วพี่จะโทรกลับไปนะยองเบ)

 

        “อ่าครับบ งั้นแค่นี้นะ...”

 

        (เดี๋ยวก่อนๆ พี่ลืมบอกไปน่ะ)

 

        “อะไรเหรอฮะ?”

 

        (พี่รักเด็กคนนึง  ที่อยู่ห้องตรงข้ามห้องพี่ เด็กคนนั้นชื่อยองเบแหละครับ ฮ่าๆๆๆๆ)  เท็ดดี้พูดจบก็หัวเราะและตัดสายทิ้งปล่อยให้อีกฝ่ายอ้าปากค้างเพราะโต้ตอบไม่ทัน

 

        ‘คนบ้า!!   จู่ๆมาบอกรักกันแล้วก็วางสายดื้อๆเลย’  ยองเบนึกบ่นภายในใจพลางเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะล้วงกุญแจออกมากดเปิดประตู เบนท์ลีย์สีดำสนิทถูกจอดอยู่ในโซนวีไอพีของห้าง ถุงกระดาษสีน้ำตาลถูกวางไว้ในหลังรถอย่างดีก่อนที่ประตูหลังรถจะปิดลง  ทันใดนั้นร่างเล็กก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของบรรยากาศโดยรอบ  เซนส์สัมผัสบอกเขาว่าอาจมีคนตามมาและอาจไม่ปลอดภัยต่อตัวเขาเองทำให้ยองเบรีบขึ้นรถ  แว่นกันแดดดำถูกสวมใส่และรีบขับรถออกไปทันที

 

 

                                     ............................

 

 

        “ฟู่วววว ถึงแล้ว”   ยองเบเลี้ยวรถจอดเข้าในที่จอดรถใต้คอนโดซึ่งมีที่เฉพาะของเขาที่ได้จองไว้อยู่แล้ว  แต่แม้รถจะจอดสนิทแล้ว ยองเบยังคงไม่ยอมลงจากรถ  สายตามองผ่านเลนส์กันแดดไปที่กระจกข้าง  รถตู้สีดำคันที่ขับตามเขาเลี้ยวเข้ามา และเบรคกลางทางอย่างกระทันหันจนเป็นเสียงดัง

 

        “ตามมาถึงนี่เลยนะ”  เรียวปากที่มีรอยยิ้มกลับหายไปเหลือแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก  มือซ้ายเปิดที่เก็บของหน้ารถหยิบปืนพกขนาด 9มม. สองกระบอกถือติดตัวไว้  สายตามองผ่านกระจกสะท้อนให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่ลงมาจากรถพร้อมกับอาวุธในมือคนละชิ้น  ยองเบปรับลมหายใจให้ทั่วท้องก่อนจะรีบเปิดประตูลุกขึ้นยืนประจัญกับศัตรูตรงหน้าพร้อมปืนทั้งสองกระบอกในมือ

 

        “บอกกี่รอบแล้วอย่าลุกพรวดพราด ยังคงใจร้อนเหมือนเดิมนะ ...  ยองเบ”  ชายหนุ่มคนตรงกลางถอดแว่นตัวเองออกแล้วเงยหน้ายิ้มให้พร้อมกับบอกให้ลูกน้องทั้งสองคนเก็บอาวุธของตน ชายหนุ่มสองคนที่ขนาบตัวเดินเข้าไปในรถตู้สีดำคันเดิมแล้วขับออกไปทิ้งไว้ให้เหลือแต่สองคนในลานจอดรถ  เมื่อร่างเล็กสังเกตใบหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนจึงลดปืนลงข้างตัว

 

        “พี่แทบิน.. ผมบอกพี่กี่รอบแล้วอย่าแกล้งกัน  รถตู้ก็ไม่มีป้ายทะเบียน แถมเล่นขับตามกันมาแบบนี้ ผมนึกว่าจะต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่อีกนะ”  ยองเบเก็บปืนพลางบ่นอีกฝ่าย  แต่ดูเหมือนว่าแทบินจะไม่สนใจสักเท่าไหร่

 

        “เอาน่า า  แค่จะมาเยี่ยมนายกับเท็ดดี้เฉยๆ  หรือว่าเตรียมคิวฮันนีมูน หรือดินเนอร์ คนอื่นห้ามยุ่งอีกล่ะ”   แทบินพูดแล้วยิ้มกว้างทำเอาอีกฝ่ายได้แต่ก้มหน้างุดๆเดินกลับไปที่รถเก็บปืนไว้แล้วหยิบถุงของจากหลังรถออกมา

 

        “แน่ะๆ  แค่นี้ทำเป็นเขิน  ต่างกับเมื่อกี้ลิบลับเลยนะยองเบ ฮ่าๆๆๆๆๆ”  ยิ่งแทบินพูดยองเบยิ่งทำอะไรไม่ถูกจึงล็อครถแล้วเดินหนีออกมาพร้อมกับเสียงตะโกนไปหาอีกฝ่ายที่อยู่ข้างหลัง

 

        “ถ้าจะมาหาพี่เท็ดดี้ก็มารอที่ห้องผมสิพี่แทบิน  หรือจะยืนอยู่อย่างนั้นก็ตามใจครับ”

 

 

                                     ..................................

 

 

 

        “อะไรนะ!!!  นี่ไอ้เท็ดรู้แค่ว่าที่นายมีอาวุธเต็มบ้านเนี่ยทั้งหมดคืองานอดิเรกของนายเพียงแค่นั้นเหรอยองเบ”  แทบินที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาก็โวยขึ้นทันทีเมื่อรู้ความจริงจากปากอีกฝ่าย

 

        “ครับ  เขาถามกี่ครั้งผมก็ตอบแบบนั้นล่ะ  ผมไม่อยากให้พี่เค้าเสียใจ .... พี่ก็อย่าไปปากสว่างบอกพี่เท็ดดี้ล่ะ” เสียงของยองเบต่ำลงเรื่อยๆแล้วกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง   จานอาหารอย่างสุดท้ายถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ  ยองเบถอดชุดกันเปื้อนพร้อมกับเดินมานั่งคุยกับแทบินบนโซฟาดำอย่างนิ่ง

 

        “แล้วทำไมนายไม่บอกความจริงละ  ถ้าเท็ดดี้มันรู้มันไม่เสียใจกว่าหรือไง”   แทบินยิงคำถามจี้จุดอีกฝ่ายตามตรง

 

        “ก็ผมถึงหนีมาที่ญี่ปุ่นนี่ไง  ก็อ้างไปว่ามาที่นี่ชั่วคราว  แต่พวกพี่ก็ดันถูกสั่งย้ายงานมาที่นี่แถมพี่เท็ดดี้ก็มาเจอผมอีก  ผมก็เลยหนีไปไหนไม่ได้”  ร่างเล็กตอบอย่างหัวเสีย

 

        “แล้วนายคิดว่านายจะปิดความจริงนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน”   คำถามนี้ทำเอาคนที่ต้องตอบถึงกับสะอึก   ก็ในเมื่อเขาไม่ทันได้คิดถึงเลยว่าเขาจะปิดความลับนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน  และไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมาเลยถ้าหากเท็ดดี้รู้เรื่องเข้า

 

        “พี่แทบิน  พี่จะให้ผมบอกว่า  ‘พี่เท็ดดี้ครับ  คดีฆาตกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรแบล็ค ผมเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรนั้นและบางรายผมก็เป็นคนทำเองด้วย’  งั้นเหรอครับ”   เมื่อเริ่มหมดความอดทนยองเบจึงตอบกลับด้วยการประชดใส่  ทำเอาแทบินส่ายหน้าแล้วเอนหลังนอนลงกับเบาะโซฟา

 

        “แต่พวกนายนี่จริงๆนะ จะคุยกันนี่ไม่ต้องกลัวใครจะได้ยินเลย  เล่นเหมาห้องฝั่งนี้ทั้งชั้นรวม 9 ห้อง    เท็ดดี้ก็ดันบ้าซื้อเหมือนนายแถมเป็นฝั่งตรงข้าม  ข้างล่างก็เป็นพวกลูกน้องเท็ดดี้ทั้งนั้น  นายสองคนไม่รวมเงินสร้างบ้านสร้างเรือนหอเลยล่ะเด็กน้อย”   เมื่อเห็นว่าคุยเรื่องเดิมก็ไม่มีประโยชน์จึงเปลี่ยนประเด็นสนทนาทันที

 

        “อย่างผมจะอยู่บ้านได้ไง  ที่ผมซื้อห้องต่อๆกันไว้เพราะไม่ต้องการให้ใครมาอยู่รอบข้าง  แต่ผมซื้อบ้านไม่ได้เพราะมันโจ่งแจ้งและเป็นหลักเป็นแหล่งเกินไป  ผมทำไม่ได้หรอกฮะ  ถ้ามีคนตามล่าผมผมก็จะแย่เอา  ดีไม่ดีพี่เท็ดดี้ก็จะได้รับลูกหลงไปด้วย”

 

        “ไม่ต้องไปห่วงไอ้เท็ดมันหรอกน่า  มันเป็นถึงหัวหน้าหน่วยสอบสวนพิเศษเลยนะเว้ย  อย่างมันน่ะลูกน้องที่จงรักภักดีต่อมันน่ะมีเพียบ  ห่วงตัวเองดีกว่ามั๊ยเรา”  แทบินพูดแล้วเอามือขยี้หัวยองเบอย่างหมั่นไส้

 

        “นั่นแหละที่ผมเป็นห่วง เพราะในนั้นมีพวกผมที่เป็นหนอนบ่อ. . ... โอ้ย!!”  ยองเบที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่างจู่ๆก็ร้องขึ้นมา   ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างหนักเพราะความเจ็บปวดภายในหัวสมองราวกับเข็มทิ่มแทงเป็นพันๆเล่ม  เท้ากระทืบลงพื้นอย่างหนักเพื่อให้รู้สึกถึงความเจ็บจากด้านล่างมากกว่าที่หัวสมอง   แทบินมองอาการนี้อย่างเข้าใจดีจึงรู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้และไม่มีใครทำได้จึงปล่อยอีกฝ่ายไว้   สักพักใหญ่ๆยองเบก็หยุดดิ้นแล้วนั่งหายใจหอบ  เหงื่อพุดพรายเต็มใบหน้าจากการสู้ทนความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

        “นายจะทำอะไร  พวกมันก็รู้  ใช่ไหมยองเบ” ยองเบที่ตอนนี้เรี่ยวแรงฟื้นตัวได้แต่พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ   แทบินมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสารแต่ยองเบที่มองเห็นแม้จะไม่ชัดก็ตวาดกลับทันที

 

        “อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น!!!! ..... .. พี่อย่าไปบอกพี่เท็ดดี้นะ  ผมขอร้อง”   เสียงแข็งกร้าวที่ตวาดไปกลับลดลงเป็นคำอ้อนวอนขอร้องอีกฝ่าย  แทบินส่ายหน้าอย่างเอือมระอาแล้วตอบรับในลำคอ  ยองเบเผยยิ้มเหนื่อยๆออกมาพร้อมกับโทรศัพท์ข้างตัวที่ดังขึ้นร่างเล็กจึงหยิบมาดูรายชื่อ  เมื่อเห็นรูปตัวแทนคนบนจอมือถือจึงยิ้มและรับสายทันที

 

        “ว่าไงฮะ”

 

        (ยองเบ  วันนี้พี่เสร็จงานแล้วนะ  เดี๋ยวจะไปหานะครับ)

 

        “จริงเหรอฮะ”

 

        (ครับ  เนี่ยกำลังขับรถกลับเลย)

 

        “ระวังตัวด้วยนะฮะ  อ้ออ พี่แทบินมาหาแน่ะ”

 

        (เปิดบลูทูธต่อกับสเตอริโอในห้องซะ พี่จะคุยกับมันหน่อย เอาให้ชัดๆเลย)

 

        “อ่ออ  จะคุยกับพี่แทบินเหรอฮะ ได้ๆ”  พูดจบยองเบก็เชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับเซ็ตลำโพงที่อยู่รอบห้องแถมปรับลำโพงให้เสียงดังตามคำสั่งแล้ววางมือถือไว้  ทันใดนั้นก็มีเสียงจากลำโพงออกมาเต็มหูทั้งคู่จนแทบจะยกมือปิดหูไม่ทัน

 

        (ไอ้ล่ำ!!!!! ไสหัวกลับห้องไปเดี๋ยวนี้เว้ย  จะอยู่กับเมียจะกินข้าวกับเมียสองคน กรุณาอย่ามาเป็นส่วนเกินหรือกขค.!!)

 

        “เห้ยย ใจเย็นๆดิวะไอ้หมีควาย  เห็นเป็นเพื่อนบ้างไหมเนี่ยห๊ะ  กุงอนแล้วนะเว้ย”

 

        (งอนไปเลย  ไม่ใช่เมียกุกุไม่มีทางง้อ)

 

        “โหห ไอ้หมีควายใจร้าย  มึงไล่กุเดี๊ยะกุจับเมียมึงปล้ำซะเลยนิ”

 

        (กุรู้มึงไม่กล้า มึงอย่ามาปากดี  และเมียกุไม่ใช่สเปคมึงด้วย)

 

        “มึงเคยเห็นกุพูดแล้วไม่ทำหรือไงวะ  หึหึหึหึ...”

 

        (ไอ่เวร!!  อย่าแตะต้องเมียกุนะเว้ย  ไม่งั้นกุจะให้ดองอุคจัดการมึง)

 

        “ไอ้หมีแม่ง  เล่นด้วยนิดๆหน่อยๆเอาเมียกุมาขู่ตลอดนะมึง”

 

        (ก็มึงกลัวเมียไง  กุเอาเมียมึงมาขู่ก็จบ มึงก็ไม่กล้าหือละ)

 

        “พูดอย่างกับมึงไม่กลัวเมียงั้นแหละไอ้เท็ด”

 

        (เขาไม่เรียกกลัวเมียเว้ย  เขาเรียกรักเมียหลงเมียหวงเมียยิ่งกว่าใครที่รู้จักและพบเจอ)

 

        “พอเลยมึง กูจะอ้วก  รีบๆมาละกันกูมีเรื่องจะคุยกับมึง”

 

        (เรื่องอะไรอีกวะ  ไว้ก่อนไม่ได้ไง?)

 

        “กุเข้าใจว่ามึงอยากจะงาบจะแทะจะกินเมียเต็มที่ แต่ช่วยสนใจงานสักนิดจะได้ไหมไอ้หมีควาย”

 

         (แน่ะมึง พูดแบบนี้เมียกูรู้หมดเลยไอ่เวรเอ้ย)

 

        “มึงกับกุก็นิสัยพอๆกันนั่นแหละ  รีบๆมาละกัน”

 

        (งั้นมึงรอกุเดี๋ยวนะไอ่บ้าแว่น  กุคุยกับมึงจนจอดรถเสร็จแล้วเนี่ย  กุจะขึ้นไปละ)

 

        “เออๆ แล้วเจอกัน”  พูดจบก็ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ  ยองเบเห็นดังนั้นจึงดีดนิ้วสองครั้งเป็นการตัดสัญญาณทิ้ง

 

        “พวกพี่นี่นะ  ทะเลาะกันเหมือนเด็กเลย ฮะๆๆ”  ยองเบพูดแล้วหัวเราะน้อยๆออกมา   แทบินได้แต่ยิ้มเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำให้ร่างเล็กที่ดูไม่ค่อยมีความสุขนอกจากเวลาอยู่กับเท็ดดี้หัวเราะได้

 

        “พวกพี่ก็งี้แหละน่า  อย่าสนใจเลยๆ”  พูดจบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น  พร้อมกับจอแอลซีดีที่ฉายภาพยนตร์ค้างไว้ถูกเปลี่ยนเป็นโหมดกล้องหน้าประตูทำให้รู้ว่าใครอยู่ข้างนอก

 

        “จะเคาะทำไมล่ะพี่ เข้ามาสิ”  พูดจบคนที่อยู่ข้างนอกจึงสแกนลายนิ้วมือแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้อง   เท็ดดี้เดินยิ้มเข้ามาพลางโบกมือทักทายและกอดตอบยองเบที่จู่ๆก็เดินมากระโดดกอดใส่

 

        “ยองเบ  พี่ขอคุยงานกับเท็ดดี้สักสิบนาทีได้ไหม”   เมื่อยองเบปล่อยแทบินจึงลากเท็ดดี้ออกจากห้องยองเบและเข้าไปในห้องเท็ดดี้แทนทันที

 

 

                                     ...............................

 

 

 

        “อะไรนะ!! ยองเบน่ะเหรอที่เป็นพวกกับมือสังหารที่ใช้นามแฝงว่าวิค”  เท็ดดี้ที่รู้ความจริงจากปากแทบินทำให้ถึงกับช็อคส่วนอีกฝ่ายได้แต่เอามือปิดปากเท็ดดี้ไว้

 

        “ชู่วววววว เบาๆสิเท็ดดี้  ยองเบมันยิ่งกำชับอยู่ว่าไม่ให้บอกนาย”   แทบินพูดเบาๆเป็นการเตือนให้เงียบเสียง

 

        “บ้าน่าา  ก็ยองเบบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นแค่งานอดิเรก.....”   พูดถึงตรงนี้เท็ดดี้ก็ชะงัก  สมองทำการประมวลผลอย่างหนักถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาของยองเบ  คำพูดและท่าทางทุกครั้งที่ยองเบตอบคำถามที่เขาถามถึงสิ่งที่ยองเบทำ   แล้วก็อาวุธบางชนิดที่ยองเบอ้างว่าเป็นงานอดิเรกคนทั่วไปไม่สามารถมีไว้ในครอบครอง

 

        “... มันนานหรือยัง”  สุดท้ายเท็ดดี้ก็ถอนหายใจเบาๆและเอ่ยถามแทบินด้วยน้ำเสียงเนือยๆราวกับคนที่เหนื่อยใจ

 

        “นานแล้ว  ตั้งแต่พวกเรายังอยู่ที่โซล   ยองเบกลัวนายรู้และกลัวนายเป็นอันตรายจึงหนีมาอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่  แต่พวกเราก็ถูกสั่งย้ายงานให้มาที่ญี่ปุ่น  แถมนายก็ดันหลงเข้าไปในสวนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของยองเบและเจอจนได้  เฮ้ออ...”

 

        “นี่สรุป   บางเคสที่จับไม่ได้หรือว่าเป็นฝีมือพวกแก๊งค์นายวิค  จะบอกว่ายองเบก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย?”   เท็ดดี้ถามจบแทบินก็พยักหน้าแทนคำตอบ  เท็ดดี้ทิ้งตัวพิงเก้าอี้พร้อมถอนหายใจแรงๆอย่างเหนื่อยอ่อน  อีกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงเดินมาตบบ่าเบาๆ

 

        “เอาเป็นว่า  ตอนนี้นายต้องคอยดูแลยองเบดีๆ  และก็....  ชั้นคิดว่ารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับองค์กรของนายวิคแล้วล่ะ   มันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ยองเบปวดหัวอย่างรุนแรงด้วย”   คำพูดนั้นทำให้เท็ดดี้ตาสว่างกลับมาสนใจทันที

 

        “คืองี้  วันนี้และหลายครั้งแล้วที่ยองเบพยายามเตือนเรื่องนายว่าให้นายระวังตัวเรื่องลูกน้องในหน่วยของเรา  แต่จู่ๆยองเบก็ปวดหัวขึ้นมากระทันหันและพูดต่อไม่ได้ไปชั่วขณะ   เท่าที่เคยรู้มาจากคนขององค์กรแบล็คที่พยายามบอกใบ้เราด้วยรหัส  เหมือนนายวิคจะให้คนในองค์กรแบล็คกินแคปซูลโดยที่สารในแคปซูลนั้นเป็นเหมือนตัวรับคำสั่ง  เมื่อแคปซูลละลาย  สารต่างๆที่อยู่ในกระเพาะจะถูกซึมเข้าสู่กระแสเลือดไหลไปเกาะติดตามสมองส่วนประสาทสั่งการโดยที่คนควบคุมคือนายวิค  ใครที่ขัดคำสั่งหมอนั่น ปากสว่างพูดความจริงในการทำงานหรือทำงานพลาด  หมอนั่นมันก็ทำการระเบิดสมองเละ”   ความจริงจากปากของแทบินทำเอาเท็ดดี้ถึงกับมึนงง  ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงในทันทีที่สมองรับรู้ความถูกต้องก็ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้นุ่มทันที

 

        “แต่ไม่เข้าใจอย่างนึงคือ  ยองเบพยายามจะบอกเรื่องพวกนี้หลายครั้ง  แต่เจ้าวิคนั่นก็ยังไม่ยอมทำลายยองเบทิ้ง  กลับใช้วิธีทรมานแทนซะแบบนั้น”

 

        “เจ้าบ้าเอ้ย!!!! ตัวจริงมันเป็นใครกันนะ”   เท็ดดี้สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะทึ้งหัวตัวเอง

 

        “เอาเป็นว่า ... นายควรจะอยู่ใกล้ยองเบไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  แล้วชั้นจะจัดคนจากหน่วยเราให้คอยคุ้มกันยองเบไว้ห่างๆแล้วกัน  ตอนนี้นายควรกลับไปหายองเบนะ  ยองเบคงรอกินข้าวกับนายอยู่”   แทบินพูดจบก็ดึงอีกฝ่ายขึ้นแล้วกอดคอไว้

 

         “มัน.. เชื่อยากว่ะ เรื่องนี้”   เท็ดดี้พูดแล้วถอนหายใจเบาๆ

 

         “เออน่ะ  นายจะไม่เชื่อก็ตามใจนะเว้ยเท็ด  สักวันบางอย่างจะทำให้นายเชื่อและรู้เอง  เอาเป็นว่าดูแลยองเบดีๆนะเว้ย  วันนี้มีเรื่องคุยแค่นี้แหละ  อีกอย่างดูท่าทางคงอยากกินเมียเต็มที่แล้วสิท่า  ฮ่าๆๆๆ”  พูดจบก็ตบบ่าอีกฝ่ายแล้วเดินออกจากห้องของเท็ดดี้ไปทิ้งให้อีกฝ่ายอ้าปากค้างพอรู้สึกตัวจึงด่าตามหลังอีกฝ่ายไป

 

        “ไอ้เวรเอ้ยยยยย~~~~!!”

 

 

                                     ………………………

 

 

        “ฟู่ววว สบายตัวดีแฮะ”   ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ปกปิดร่างกายด้วยชุดคลุมหลังอาบน้ำสีขาวสะอาดตา  ยองเบนั่งลงบนโซฟาดำพร้อมกับดีดนิ้วหนึ่งที   จอโทรทัศน์ติดผนังฉายเป็นช่องต่างๆ  มือเล็กเลื่อนไปมากลางอากาศเพื่อเลือกช่องที่จะดู

 

        “music player”  คำสั่งภาษาอังกฤษถูกเอ่ยขึ้นทันใดนั้นจอภาพก็ถูกเลื่อนเก็บขึ้นและสเตอริโอรอบห้องถูกเปลี่ยนเป็นเพลงโปรดที่ยองเบตั้งค่าไว้ตั้งแต่เริ่มต้น  เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆโดยที่ยองเบนั่งฟังเพื่อรออีกฝ่ายที่กำลังคุยงานกับเพื่อนสนิทของตนอยู่

 

        “stop”   ยองเบออกคำสั่งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงออดเตือนว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา   ร่างเล็กเดินยิ้มร่าไปกอดอีกฝ่ายไว้แน่นและซบอก

 

        “ได้เวลากินข้าวแล้วล่ะฮะ”  ยองเบเงยหน้าขึ้นพูดแล้วยิ้มต่อ  แต่พอหันหลังลากอีกฝ่ายให้นั่งกลับโดนรั้งมากอดไว้แน่น

 

        “พี่ไม่กินข้าว  จะกินนายแทน”  พูดจบก็ก้มลงซุกไซร้อีกฝ่ายอย่างโหยหา  มือหนาสอดเข้าใต้ชุดคลุมลูบไล้จนทั่วอย่างพึงพอใจ  จมูกคมสูดดมความหอมกลิ่นกายร่างเล็กที่ตนเองชอบ

 

        “พี่บ้า  อย่ามาหื่นแถวนี้นะ!”  ยองเบร้องห้ามและทุบอกร่างสูงให้หยุดการกระทำ   ทันใดนั้นร่างเล็กก็ถูกยกให้ลอยเหนือพื้นอย่างรวดเร็วจนต้องเหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองตก

 

        “ไม่ได้หื่น แต่หิว อยากกินเมียแทนข้าว น่าจะหวานกว่า”  เท็ดดี้พูดแล้วกระตุกยิ้มโดยคำพูดนั้นทำเอาใบหน้าเล็กแดงระเรื่อ   เท็ดดี้อุ้มยองเบวางนอนลงบนโซฟาดำก่อนจะขึ้นคร่อมอีกฝ่าย  เรียวปากหนาไล้สัมผัสไปตามร่างกายของคนข้างใต้ราวกับผีเสื้อที่โบยบิน  เสียงครางหวานหูยิ่งปลุกอารมณ์ของคนข้างบนให้กระเจิงเพิ่มความรุนแรงกับคนตรงหน้ามากขึ้นจนเป็นรอยแดงไปทั่ว

 

 

 

 

        ~ 私の蝶 不規則に飛び回り     あなたの手に鱗粉を付けた ~
        (ผีเสื้อของฉันขยับกายบินไปรอบๆอย่างไร้ทิศทางไม่อาจควบคุม    และได้โปรยผงปีกติดทิ้งร่องรอยไว้ที่มือของเธอ)
 

 

 

 
        #내가 손을 뗄수없는 이유  her figure so tight.   Such a beautiful view like them Vegas lights#
 
 

 

        “อ๊ะ. ..พี่ โทรศัพท์ อ่ะ”  ยองเบร้องเตือนอีกฝ่ายที่ยังคงเล่นอยู่บนร่างกายของตนราวกับของเล่นชิ้นโปรดแต่ดูเหมือนจะคนบนตัวจะไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่

 

 

 
        #Shawty, when it comes to you, you know I never think twice      And your body is ma wonderland, I could play all night#

 

 

         “อ๊าา า  ยะ.. . หยุดก่อน สิ”   มือเล็กผลักอีกฝ่ายที่กำลังโอบรัดตัวเองออก  เท็ดดี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะปล่อยร่างอีกฝ่ายแล้วหยิบมือถือขึ้นมารับ

 

         “ฮัลโหลครับ”  เท็ดดี้ลุกออกจากโซฟาและเดินไปคุยไปแต่พอได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็เลยว้ากทันที

 

         “ไอ้เวรแดนนี่!!  โทรมาทำบ้าอะไรตอนนี้วะ!!!!”

 

         (ใจเย็นดิวะเท็ดเอ้ย   ดุเหมือนหมีตกมันขนาดนี้คงหื่นใส่เมียอยู่ชัวร์)

 

         “รู้ก็ดี  มีอะไรว่ามาอย่าชักช้าเสียเวลาคนทำมาหากิน”

 

         (บอสใหญ่เราเรียกประชุมด่วนว่ะ  ท่านสั่งให้โทรมาตามนายด้วย  เห็นว่าจะประชุมเรื่องเคสองค์กรแบล็คของนายวิคด้วย  เหมือนสายของเราจะได้ความคืบหน้าขององค์กรนี้มาบ้าง)

 

         “จริงเหรอวะ  แล้วนี่นายอยู่ไหน”

 

         (ขับรถสิวะ  ตอนนี้ลูกน้องนายออกจากห้องกันหมดแล้วและทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปศูนย์บัญชาการอยู่  นายก็รีบแต่งตัวดีๆแล้วรีบตามไปซะล่ะ)

 

         “โอเคๆ  งั้นแค่นี้นะ”

 

         (เห้ยเท็ดด อย่าเพิ่งวาง)

 

         “มีอะไร”

 

         (ห้ามบอกเรื่องนี้กับยองเบนะเว้ย  บอกแค่ว่าเป็นเคสด่วนพอ  ยังไงก็ห้ามบอก แค่นี้นะ)

 

         “เออๆ”   เท็ดดี้รับปากกับอีกฝ่ายก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วเดินกลับไปหายองเบที่สภาพตอนนี้ชุดคลุมที่คลุมตัวอยู่ถูกเปิดออกจนปกปิดไม่หมดทำให้เผลอมองไม่ละสายตา

 

         “มีอะไรเหรอฮะพี่?”   ยองเบเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนเงียบไป

 

         “อ่อ  แทบินโทรมาตามน่ะ  เห็นว่ามีเคสด่วน  พี่ต้องไปก่อนนะครับตัวเล็ก”  เท็ดดี้ตอบด้วนน้ำเสียงราบเรียบผิดกับที่คุยกับแทบินเมื่อครู่  แต่ก่อนจะไปจู่ๆแขนเล็กก็โอบรอบคอร่างสูงไว้ก่อนจะเขย่งตัวสัมผัสเรียวปากหนาด้วยกลีบปากบางของตนทำให้มือหนาอดไม่ได้ที่จะโอบกอดคนตรงหน้าไว้  ยองเบผละออกเบาๆพร้อมกับยิ้มร่า

 

         “รีบกลับมานะ  ผมรออยู่”  เสียงกระซิบข้างหูทำให้มุมปากหนากระตุกยิ้ม  จึงก้มลงฝากรอยจูบไว้ลงบนซอกคอเนียนของคนตัวเล็ก

 

         “งั้นมัดจำไว้ก่อนนะครับ  พี่ไปนะยองเบ”  เท็ดดี้ผละออกจากยองเบแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที

 

         “สงสัยจะงานยุ่งสิน้า  เฮ้ออ..”  ยองเบถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารและทานข้าวอย่างว่องไว  กับข้าวที่เหลือถูกเก็บเข้าตู้เย็นอย่างดีส่วนจานที่เปื้อนก็นำเข้าเครื่องล้างจานแล้วตั้งค่าไว้   ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันเหมือนที่ทำประจำหลังมื้ออาหาร   เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินออกมาจะหาเสื้อผ้าใส่แต่กลับสะดุดกับคนตรงหน้า

 

         “……… มาสเตอร์ ”   ยองเบเรียกชื่อของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา   ภายใต้แว่นสีดำกรอบลายเสือใบหน้าคมหล่อเหลานั้นกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์  ยิ่งมาพร้อมกับกระเป๋าถือที่เหมือนกระเป๋ายาในแบบที่คุ้นเคยทำให้ร่างเล็กมั่นใจได้ว่าเหตุผลเดียวที่มาต้องเป็นแบบนี้เสมอก็ยิ่งหวาดกลัวคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก  ร่างกายของยองเบสั่นไหวด้วยความกลัวพร้อมกับเท้าแต่ละก้าวที่ถอยหลังช้าๆทีละก้าว  แต่ยิ่งถอยคนที่ถูกเรียกว่า ‘มาสเตอร์’ นั้นยิ่งสาวเท้าตามเรื่อยๆจนแผ่นหลังของร่างเล็กรู้สึกถึงผนังกว้างในห้องตัวเอง  รู้ตัวอีกทีคนตรงหน้าก็อยู่ห่างตัวเองเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

         “เป็นอะไรไปยองเบ  ก็แค่... มาพร้อมกับยาตัวใหม่ให้นายทดลองเหมือนเดิม  แค่นั้น หึหึ...”  เสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอก่อนจะเปิดกระเป๋าชูขวดแก้วใสที่บรรจุเม็ดยาออกมาให้เห็น  ยองเบรู้ดีว่าภายในขวดนั้นมันคือยาอะไรหากแต่แม้จะอยากหนีแต่ขาสองข้างมันกลับไม่สามัคคีเอาซะเลย

 

         “มาสเตอร์..  ได้โปรด อย่าให้ผมกินนะ  ผมไม่เอาแล้ว”  ยองเบยืนตัวสั่นด้วยความกลัว  ปากเล็กภาวนาร้องขออีกฝ่ายอย่างน่าเวทนาแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจจับใบหน้าเล็กและบีบจนแน่น

 

         “ทำไมล่ะ   นายเองมันก็ความรู้สึกไวซะด้วยสิ  ขาดตัวทดลองอย่างนายก็ไม่สนุกกันพอดี”  คนที่ได้ชื่อว่ามาสเตอร์จับใบหน้าและบีบแน่นราวกับต้องการให้ริมฝีปากเปิดออกแต่ร่างเล็กกลับเม้มไว้แน่น  มือใหญ่ของมาสเตอร์ตบเข้าที่ใบหน้าเล็กอย่างแรงเพื่อให้ความรู้สึกเจ็บทำให้หมดแรง  ดวงตาเล็กปรากฏน้ำใสๆออกมาในขณะที่กลีบปากตนไม่ยอมหุบเม้มตามที่ใจต้องการ   แคปซูลยาสีขาวถูกใส่เข้าไปในโพรงปากเล็กและถูกปิดปากด้วยเรียวปากของผู้กระทำ  มือเล็กทั้งผลักทั้งทุบตี ร่างกายดิ้นพราดๆเพื่อหนีเอาตัวรอดแต่ก็ไม่ได้ผลจนสุดท้ายตัวเองที่จะขาดอากาศหายใจจึงต้องกลืนเม็ดยานั้นเพื่อให้อีกฝ่ายผละออก

 

         “หึ! ว่าง่ายแบบนี้สิค่อยดีหน่อย”  คนเป็นมาสเตอร์จัดการเก็บขวดยาเข้ากระเป๋าตนแล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะ  สายตาหันมาสังเกตร่างเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งสั่นอย่างหวาดกลัว   หากแต่ใบหน้าที่ซีดเพราะความกลัวกลับมีเลือดฝาดขึ้นทีละนิด  เจ้าของผลงานแสยะยิ้มออกมาก่อนจะดึงให้ร่างเล็กลุกขึ้นแล้วผลักให้ติดผนัง

 

         “มาส. .เตอร์ ... อย่าครับ”  ยองเบร้องห้ามและดิ้นขัดขืนเมื่ออีกฝ่ายนำมือเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวของตน  แต่ยิ่งนานเข้ายองเบก็ยิ่งไร้แรงต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ

 

         “ไม่เพราะเลยนะครับ  เรียกเทมป์สิ”  คนตรงหน้ากระซิบเข้าข้างหูก่อนจะขบใบหูเล็กเล่น   เรียวปากอวบอิ่มบดขยี้กลีบปากเล็กอย่างรุนแรงเร่าร้อนก่อนจะไล้ไปตามกรอบหน้าจนถึงซอกคอจึงหยุดชะงัก

 

         “รอยนี่น่ะ  จากแฟนนายสินะ  ชั้นขอทำให้มันเต็มแทนเค้าก็แล้วกัน”   พูดจบก็ประทับรอยจูบอย่างรุนแรงและโอบรัดร่างเล็กไว้แน่น

 

         “ทะ .. เทมป์ ... . หยุด ..น นะ  อื้อ อ อ”  จากเสียงร้องห้ามเมื่อฤทธิ์ยาเริ่มทำงานกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานแทน  มือเล็กที่เคยพยายามดึงให้อีกฝ่ายออกกลับกดให้สัมผัสและกระทำตามความต้องการตัวเองที่เข้ามาแทนที่  ยองเบที่ทั้งถูกฤทธิ์ยาและการกระทำของอีกฝ่ายทำให้สติหลุดกระเจิง  ความอยากและความลุ่มหลงเข้ามาแทนที่ความถูกผิดและความกลัวก่อนหน้า  คนตรงหน้ายิ้มอย่างพึงพอใจกับผลงานของตน  เรียวนิ้วลากผ่านตามลำตัวลงมาจนถึงเชือกที่ผูกรัดชุดคลุมไว้และกระตุกทิ้งให้เชือกคลายออกและยังคงลากผ่านต่อไปเรื่อยๆจนถึงหว่างขา

 

         “อื้ม มม  อย่า ..สิ  มันจั๊ก.. กะจี้ นะ ..อ๊า าา ”  เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับนิ้วที่ถูกสอดใส่เข้าไปทางช่องล่างของยองเบและขยับเข้าออกกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย  แม้ว่าจิตใจลึกๆจะต้านทานและรับรู้ทุกการกระทำแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองได้อีก  นิ้วเรียวของอีกฝ่ายเข้าสอดใส่เพิ่มทีละนิ้วและขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วในขณะที่ริมฝีปากยังคงสาละวนอยู่กับยอดอกสีทับทิมของคนตัวเล็ก  เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของ ‘หนูทดลอง’ ได้ที่จึงถอนนิ้วออก  ขาเล็กถูกจับแยกและพาดบ่าคนตรงหน้าไว้พร้อมกับแท่งเนื้อที่เข้าไปแทนที่นิ้วจนมิดด้าม

 

         “อ๊าาาา าา .. . อึ่กก  อื้อ ออ”  เสียงครางกระเส่ายังคงดังเป็นจังหวะทุกครั้งที่ถูกกระแทกใส่  ใบหน้าหวานตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ   แขนเล็กเหนี่ยวรั้งคออีกฝ่ายไว้และมืออีกข้างเลื่อนลงมาสัมผัสกับแผ่นหลังกว้างและจิกลงระบายความรู้สึก  ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามแรงส่งจากอีกฝ่าย

 

         “กี่ครั้งๆก็รู้สึกตัวไวเหมือนเดิมนะ”  เทมป์จับขาเล็กที่พาดอยู่บนบ่าตนวางลงและจับอีกฝ่ายหันหลังให้ตนก่อนจะกระแทกใส่ไม่ยั้ง

 

         “อื้ออ ออ  เทมป์ .. ตรงนั้น น.. อ๊าา”  ยิ่งนานวันเข้ายองเบก็ยิ่งชินชากับการกระทำของอีกฝ่ายซึ่งเทมป์เองก็เช่นกัน  เพราะเขาเองก็ใช้ยองเบเป็นตัวทดลองยาตัวใหม่ในแต่ละครั้งที่ได้ออกมาและยังจับจุดอีกฝ่ายได้  ใบหน้าหวานแนบชิดกำแพงในขณะที่ช่องทางส่วนล่างของตนยังคงถูกกระแทกอย่างไร้ความปรานี

 

         “ชอบรุนแรงสินะ  จัดให้ครับ”  มือใหญ่จับสะโพกเล็กแน่นและซอยแก่นกายเข้าออกถี่จนเกิดเป็นเสียงดัง   ความเจ็บปวดและเสียวซ่านส่งผลให้เสียงหวานยังคงดังระงมไม่หยุดหย่อน  สะโพกเล็กแอ่นรับอาวุธรักของคนที่เป็นมาสเตอร์ของตน    อีกฝ่ายกระแทกอย่างรุนแรงจนสุดท้ายก็ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเข้าสู่ช่องสีหวานนั้นและถอนแก่นกายออก  มือเลื่อนไปลูบไล้หว่างขาเล็กกอบกุมเข้าที่ส่วนอ่อนไหวและรูดขึ้นลงอย่างเร็ว

 

         “อ๊ะ ..อึ่กก . จะถึง . แล้ว .. อ๊า าาา าา า ”   เสียงหวานร้องขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับน้ำรักที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนเต็มมืออีกฝ่าย   ความเจ็บปวดผสมความเหนื่อยล้าที่ได้รับอย่างหนักทำให้ยองเบผลอยหลับไปทันที  เทมป์กลับมาเป็นโหมดหน้านิ่งก่อนจะอุ้มร่างเล็กไปวางบนโซฟาและจัดใส่ชุดคลุมให้ยองเบแต่จงใจให้อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเผยให้เห็นร่างกายที่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยรอยที่ชัดเจนจากฝีมือของผู้มาเยือน  เมื่อจัดการอีกฝ่ายเสร็จจึงจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะคว้ากระเป๋าและเดินออกไปจากห้องนี้ทันที

 

 

                                     ...............................
Creditสำหรับเนื้อหาเพลง:: http://jelphyr.exteen.com
 
 
 
BONUS!!
 
 
 
คือว่า.....   เอามาลงไว้
อย่างที่เคยอ่านบทสัมภาษณ์ เห็นเหมือนพี่เบ้แกจะชอบเบนท์ลีย์  วันนี้เอามาโชว์
รุ่นที่พี่เบ้แกใช้  (แต่สีที่ใช้ในที่นี้คือ Onyx นะคร้าบบบ)
Bentley Continental Flying Spur (Speed)
 
 
รุ่นนี้ถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น!! (จะให้มันดาวน์เกรดรึไง)
แบบ โอยยย เห็นแล้วสวย ไอ้ตาลอยากได้ (ส่วนตัวชอบเบนท์ลีย์กับลัมโบ = =")
เอ้าาา อย่าเสียเวลา ไปดูรูปเหอะ!!!
 
 
 
 
 
แอ้กกกกกก  อยากได้เว้ยยย (กรีดร้อง)
 
 
 
 
 
 
งื้ออออออ จะเอาๆ (ดีดดิ้น)
 
 
 
 
 
 
(บอกแล้วนะสีรถในเรื่องนี้เป็นสี Onyx มันจะออกดำๆหน่อย  แบบข้างล่างนี่)
 
 
 
 
 
 
มันก็ดูธรรมดา  แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกรุ่นนี้ = ="
เอาเป็นว่าชอบ  แค่นั้น - -*